แต่ท่านทั้งหลายลองคิดดูว่าทิฎฐิทั้งหลายเหล่านั้น เต็มที่ก็ไปได้แค่พรหม ไม่ว่าจะเป็นรูปพรหม หรือว่าอรูปพรหมก็ตาม ไม่เคยเกินนั้น เพราะฉะนั้น..พรหมชาลสูตรน่าจะแปลว่า "สูตรแห่งตาข่ายที่ดักไว้แค่พรหม" คือรอดจากนั้นไปไม่ได้ ติดตาข่ายแหง็กอยู่แค่นั้น..!
ยังมีคำอื่น ๆ อีกมาก ที่แปลความแล้วบางทีก็ไม่ได้อย่างที่บาลีต้องการ เพราะว่าคนแปลต้องปฏิบัติธรรมด้วย จึงเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องศึกษาและปฏิบัติไปด้วยกัน แต่บางทีถ้าหากว่าท่านทั้งหลายตอบไปตามความเข้าใจจากอารมณ์ปฏิบัติ อาจารย์อาจจะปรับตกหน้าตาเฉย..!
ถ้าหากว่าท่านดูในนักธรรมชั้นตรี แค่ฆฏิการพรหมนำบริขาร ๘ มาถวายเจ้าชายสิทธัตถะในวันออกมหาภิเนษกรมณ์ ถ้าเขาถามว่า "ฆฏิการพรหมเป็นใคร ?" แล้วเราไปตอบว่าเป็นท้าวมหาพรหม ซึ่งเลื่อมในการออกบวชของเจ้าชายสิทธัตถะ จึงได้นำบริขารมาถวาย ตกนะครับ..! เขาให้อธิบายว่า พรหมเป็นคุณสมบัติของผู้ทรงฌานสมาบัติ อาจจะมีศาสดาหรือนักบวชลัทธิใดลัทธิหนึ่งที่ทรงฌานสมาบัติ เลื่อมใสการออกบวชของเจ้าชายสิทธัตถะ จึงนำบริขารมาถวาย แค่นักธรรมชั้นตรี เขาก็ไม่เชื่อเรื่องพรหมเรื่องเทวดาแล้ว..!
ตอนช่วงเรียนนักธรรมชั้นตรี กระผม/อาตมภาพปฏิญาณกับตนเองว่า ถ้าเขาถามมาแบบนี้ จะตอบตามความเข้าใจของตนเอง ตกก็ช่างหัวมัน..! ปรากฏว่านักธรรมตรี - โท - เอก รอดมาได้ เพราะเขาถาม "ตามแบบ" ก็คือตอบตามแบบเฉย ๆ ไม่ต้องอธิบายมาก ดังนั้น..เรื่องพวกนี้ ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจไว้อย่างแท้จริง ประการแรกก็คือตัวเองก็ไม่เข้าใจ ประการที่ ๒ ก็คือสอนต่อลูกศิษย์ก็ไม่เข้าใจ ประการต่อไปร้ายแรงที่สุด อาจจะสอนคนให้เป็นมิจฉาทิฏฐิก็ได้..!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-03-2026 เมื่อ 01:19
|