วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ วันนี้กระผม/อาตมภาพมีนัดกับคุณหมอประจำตัว แต่ก่อนที่จะไปหาหมอ ก็ต้องมอบแผ่นยันต์เกราะเพชรเนื้อทองคำ ซึ่งทิดเฟิร์ส (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) พร้อมกับพรรคพวกช่วยกันสละปัจจัยไปหาร้านทอง ในขณะที่ทองคำบาทละ ๘๐,๐๐๐ กว่าบาท ทำการรีดแผ่นทองมา น่าจะขนาดประมาณ ๑๒ X ๑๔ เซ็นติเมตร ค่อนข้างหนาทีเดียว
มากราบขออนุญาตตั้งแต่วันปลุกเสกแผ่นยันต์เกราะเพชร (รุ่น ๒) ของวัดท่าขนุนว่า "ขอหลวงพ่อเมตตาเขียนให้ เพื่อเก็บเอาไว้เป็นมิ่งขวัญของคณะด้วยขอรับ" กระผม/อาตมภาพรับมาแล้วก็นำเข้าพิธีปลุกเสกเลย ไม่สามารถที่จะรับปากได้ว่าจะมีเวลาเขียนให้เมื่อไร
การเขียนยันต์เกราะเพชรนั้น ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพซักซ้อมชักยันต์มาจนนับครั้งไม่ถ้วน จึงเป็นบุคคลที่ไม่ต้องวางสเกลตีตารางแบบคนอื่นแล้วถึงจะเขียนได้ หากแต่จะจับจุดแถวซ้ายสุด ขวาสุด บนสุด ล่างสุด และอักขระกลางว่าอยู่ตรงไหน แล้วก็เขียนไล่ไปเลยทีละตัว ซึ่งท่านที่ไม่ชำนาญ กรุณาอย่าได้เลียนแบบ เนื่องเพราะว่าจะต้องออกมาเละเทะดูไม่ได้อย่างแน่นอน..!
กระผม/อาตมภาพเป็นคนที่ทำอะไรค่อนข้างเรียบร้อย ขนาดเขียนยันต์ พรรคพวกเพื่อนฝูงยังบอกว่า "เหมือนกับพิมพ์" แต่ถ้าไม่มีเวลา บางทีแทนที่จะเขียนก็ "เขี่ย" เอาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าทรงอารมณ์นึกถึงภาพพระท่านให้ชัดเจนเท่านั้น เนื่องเพราะว่าการเขียนยันต์นั้นเป็นแค่เรื่องโยงจิตให้เป็นสมาธิ ในเมื่อสมาธิทรงตัวแล้ว จะเขียนอย่างไรก็ได้ แต่ด้วยความที่เกิดมามีราคะจริตค่อนข้างมาก นิยมอะไรที่สวย ๆ งาม ๆ ถึงเขียนยันต์ ถ้าหากว่ามีเวลาก็ค่อนข้างจะออกมาเหมือนกับพิมพ์อยู่เหมือนกัน
เมื่อมีเวลาจึงมานั่งเขียนให้ และคาดว่าจะเป็นยันต์แผ่นสุดท้ายในชีวิตนี้แล้ว จึงขอถ่ายทอดวิธีการให้ท่านทั้งหลาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะรู้แล้วว่า ก่อนจะเขียนยันต์นั้น จะต้องตั้งจิตนึกถึงครูใหญ่คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา ตลอดจนกระทั่งครูบาอาจารย์ตามสายกรรมฐาน มีหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง เป็นที่สุด ขอได้โปรดอนุเคราะห์สงเคราะห์ให้ยันต์เกราะเพชรที่เขียนเสร็จนี้ เปี่ยมด้วยพุทธานุภาพ ธัมมานุภาพ สังฆานุภาพ พรหมานุภาพ เทวานุภาพ อานุภาพแห่งพระอุปัชฌาย์ครูบาอาจารย์ทั้งหลายทั้งปวง โดยเฉพาะพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงเป็นที่สุด
แล้วก็อธิษฐานขึ้นต้นด้วยคาถา "ปะถะมัง พินธุกังชาตัง ทุติยัง ทัณฑะเมวะ จะ ตะติยัง เภทะกัญเจวะ จะตุตถัง อังกุส สัมภะวัง ปัญจะมัง สิระสังชาตัง นะ เกราะเพชร กาโร โหติ สัมภะโว"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 08-03-2026 เมื่อ 01:54
|