เรื่องพวกนี้นั้น คาดว่าในปัจจุบันนี้ พระอุปัชฌาย์อาจารย์น้อยรายที่จะตอกย้ำให้กับ "สัทธิวิหาริก" หรือ "อันเตวาสิก" ก็คือลูกศิษย์ที่ตนเองบวช หรือว่าลูกศิษย์ที่ตนเองรับไว้ เพื่ออบรมสั่งสอนได้รู้ตาม สิ่งทั้งหลายเหล่านี้นั้น ความจริงแล้วเป็นเครื่องช่วยชีวิต ก็คือทำให้ท่านรอดพ้นไป จนกระทั่งหลุดพ้นจากเส้นทางการเวียนว่ายตายเกิด
แต่เมื่อท่านไปประมาทไม่เห็นคุณค่า ท่านเองก็ย่อมตายคาอยู่กับเส้นทางนั้น ๆ เอง..! เนื่องเพราะว่าพระภิกษุสงฆ์ของเรานั้น มีราคาแค่ไม่เกิน ๕ มาสก ซึ่งบ้านเราตีราคาว่า ๑ บาท สิ่งที่ท่านทั้งหลายทำ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบฉวยด้วยตนเองก็ดี สั่งให้คนอื่นหยิบฉวยมาก็ตาม ถ้าราคาเกิน ๑ บาทตามพระธรรมวินัยตัดสินไว้ ท่านก็จะขาดจากความเป็นพระทันที..!
ดังนั้น..ในเรื่องของที่ดิน ส.ป.ก. คาดว่าราคาคงไม่ใช่ตารางวาละบาทเดียว..! จะต้องเกินจากนั้นอย่างแน่นอน แล้วทางราชการก็ไม่ได้ให้สิทธิ์ไว้ด้วย ทางราชการให้สิทธิ์เฉพาะเกษตรกรผู้ได้รับสิทธิ์เอาไว้ทำมาหากิน และโอนได้เฉพาะทายาทของตนเท่านั้น ไม่ใช่ให้จำหน่ายจ่ายโอน หรือว่าให้เอาไปจัดสรรเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่งที่พัก ใครที่ทำผิดไปจากวัตถุประสงค์ ก็คือท่านกำลังเบียดบังหรือว่าโกงแผ่นดิน ซึ่งสิ่งที่ท่านโกงนั้นราคามากมายมหาศาลเท่าไร ?
แล้วส่วนที่น่ากลัวที่สุดก็คือ อาบัติหรือว่าการที่ศีลขาดเพราะว่าล่วงละเมิดนั้น ขาดทันทีที่การล่วงละเมิดนั้นจบลง ก็แปลว่าต่อให้ท่านจะบอกว่ารอศาลตัดสินความผิดเสียก่อน รอให้คณะสงฆ์ตั้งกรรมการสอบสวนเสียก่อน ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะคืนความเป็นพระให้กับท่าน กลายเป็น "ตาลยอดด้วน" หรือ "กระเบื้อง (ถ้วยชาม) แตกที่ปากบ่อ" ตามสำนวนในวินัยมุข ก็คือไม่สามารถที่จะเจริญงอกงามต่อไป หรือไม่สามารถที่จะใช้งานต่อไปได้ พูดง่าย ๆ ว่าละเมิดเมื่อไรขาดความเป็นพระทันที..! ไม่ต้องรอให้ศาลตัดสิน ไม่ต้องรอให้คณะสงฆ์ตัดสิน ไม่ต้องรอให้สังคมตัดสิน จึงเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ๆ
ระเบียบวินัยมีไว้เพื่อข่มบุคคล "ผู้เก้อยาก" หรือพูดภาษาไทยว่า "คนหน้าด้าน" เนื่องเพราะว่าคนทั้งหลายเหล่านี้มักจะรู้มาก ซึ่งสมัยกระผม/อาตมภาพยังเด็ก เขาเรียกว่า "พวกหัวหมอ" คำว่า "หัวหมอ" ในที่นี้ก็คือหมอความหรือว่าทนาย ซึ่งสามารถพลิกขาวเป็นดำ พลิกดำเป็นขาว เพื่อประโยชน์ของลูกความตนเอง โดยไม่ได้สนใจในเรื่องของศีลธรรมจรรยา แม้กระทั่งหมอความของต่างชาติก็เป็นในลักษณะนี้
จึงมีเรื่องนิทานฝรั่งเล่ากันขำ ๆ ว่า ซาตานได้เปิดเฟสใหม่ของนรก แต่ไปรุกล้ำพื้นที่ของสวรค์ เทพสวรรค์จึงไปต่อว่า พร้อมกับบอกว่าถ้าซาตานไม่ถอยออกไปจากเขตของสวรรค์ ตนเองก็จะฟ้องร้องต่อพระผู้เป็นเจ้า ซาตานได้ยินแล้วหัวเราะ บอกว่า "ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะฟ้องร้อง เนื่องเพราะว่าทนายเก่ง ๆ นั้นอยู่กับผมทั้งหมดเลย..!"
นี่คือสิ่งที่แม้แต่ต่างประเทศก็มีความเห็นเช่นเดียวกันว่า บรรดา "หมอความ" นั้น ถ้าหากว่าไม่ใช่ยึดมั่นต่อสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแบ่งพระราชอำนาจมาให้ ในการเป็นส่วนหนึ่งของอำนาจทางตุลาการ แล้วทำหน้าที่ของตนอย่างซื่อสัตย์เที่ยงตรงแล้ว น้อยคนนักที่จะรอดไปได้ อย่างที่ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า ในปัจจุบันนี้ ทนายทั้งหลายที่ออกมาชี้นำสังคมอยู่ระยะหนึ่ง ตอนนี้หายไปจากสังคมเรียบร้อยแล้ว..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2026 เมื่อ 02:12
|