วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ภารกิจในวันนี้จะว่ามากก็มากเฉพาะในส่วนของการติดต่อประสานงานในกลุ่มไลน์ ซึ่งเป็นการเตรียมพร้อมก่อนโครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระเจริญพระชนมายุ ๗๕ พรรษา โดยกองการวิปัสสนาธุระแห่งประเทศไทยในพระสังฆราชูปถัมภ์จะเริ่มขึ้น ซึ่งหลายต่อหลายท่านที่สมัครเข้าโครงการมานั้น พรรษาท่านยังไม่พ้น ๕ ถ้าไม่ได้มากับเจ้าอาวาส ก็ต้องมีหนังสือรับรองจากเจ้าอาวาส หรือหนังสือส่งตัวจากพระอุปัชฌาย์มา ทางเราจึงจะรับเข้าร่วมโครงการได้
ในส่วนนี้ท่านทั้งหลายอาจจะคิดว่ามากเรื่องเสียเปล่า ๆ แต่ความจริงแล้ว เพื่อความสงบเรียบร้อยดีงามในหมู่สงฆ์แล้วเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะในปัจจุบันนี้พระภิกษุส่วนหนึ่งที่บวชเข้ามานั้น มีความรู้ทางโลกมามาก คิดว่าสามารถเอามาใช้กับในทางธรรมได้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องเดียวกัน
ท่านที่มีความรู้ในทางโลกมามาก ถ้าตั้งใจศึกษาเรื่องของศีล เรื่องของพระวินัย และแนวทางในการปฏิบัติธรรม ท่านจะมีประสบการณ์ในการตัดสินใจได้ดีกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อท่านเห็นว่าดีงามต่างไปจากศีลพระ แล้วจะสามารถทำได้อย่างที่ตนเองคิด..!
เหมือนอย่างกับที่มี "ครูบา" แค่ ๒ พรรษา แต่ว่านำพาคณะบุคคลไปรุกที่ ส.ป.ก. เป็นจำนวนมาก จะอ้างว่าตนเองไม่รู้ก็ย่อมไม่ได้ เนื่องเพราะว่าท่านมีความรู้ทางโลกมามาก เพียงแต่ว่าขาดความรู้ในทางธรรมที่ว่า พระภิกษุยังไม่พ้น ๕ พรรษาไป ยังถือว่าเป็นผู้ใหม่ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของพระอุปัชฌาย์อาจารย์ หรือถ้าหากว่าพระอุปัชฌาย์อาจารย์พิจารณาแล้วว่า ถึงเลย ๕ พรรษาไปแล้ว แต่ว่าการประพฤติปฏิบัติขัดเกลา กาย วาจา ใจ ของท่านนั้น ยังไม่เพียงพอ ก็จะไม่อนุญาตให้ได้รับ "นิสัยมุตตกะ" ก็คือพ้นจากการปกครองของครูบาอาจารย์
แต่ท่านทั้งหลายในปัจจุบันนี้ มักจะเอาความรู้ทางโลกที่มีมาก แล้วก็มาดูถูกในเรื่องของศีลของธรรมในพระพุทธศาสนาว่าล้าหลัง ทำให้เสียเวลา เสียโอกาสในชีวิต..!
ขอให้ท่านทั้งหลายลองตรองดูว่า ตั้งแต่แรกบวช ท่านก็ต้องปฏิญาณตนว่า "นิพพานัสสะ สัจฉิกะระณัตถายะ เอตัง กาสาวัง คะเหตวา" ซึ่งแปลว่า "ข้าพเจ้าขอรับผ้ากาสาวพัสตร์นี้มา เพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน" ดังนั้น..การเสียเวลาและเสียโอกาสนั้นย่อมไม่มี เพราะว่าท่านต้องตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อความหลุดพ้น เป็นการสลัด ตัด ละ สิ่งต่าง ๆ ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ให้เหลือภาระหน้าที่การงานรัดตัวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
ไม่ใช่บวชเข้ามาก็ตะเกียกตะกายไปหาภาระมาใส่ตัว ไปเร่งรัดในการสร้างวัดสร้างวา สร้างบริวาร ซึ่งเรื่องพวกนี้มีแต่จะร้อยรัดตัวท่านให้จมอยู่กับวัฏฏะ ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นได้ดังคำปฏิญาณในวันบวชของท่านทั้งหลาย
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-03-2026 เมื่อ 02:06
|