เมื่อไปหาท่านถึงกุฏิเจ้าอาวาส ท่านก็ชวนมาดูการจัดสถานที่ในโบสถ์ด้วย พูดคุยกันจนหายคิดถึงแล้ว ก็ได้ถวายปัจจัยไทยธรรมมุทิตาสักการะในโอกาสอันดียิ่งนี้ ท่านเองยังปรารภว่า ท่านอยากเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดแบบกระผม/อาตมภาพมากกว่า เพราะว่าลอยตัว เป็นอิสระ ข้อผูกพันทางด้านกฎหมายต่าง ๆ ไม่มี นอกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสตำแหน่งเดียว
กระผม/อาตมภาพเรียนท่านไปว่า "ตำแหน่งตกงานแบบนี้ ปกติคนอื่นเขาไม่ต้องการนะครับ นอกจากคนประเภทพวกเรา" พูดคุยกันและมอบปัจจัยไทยธรรมถวายมุทิตาสักการะแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางกลับที่พัก
ในเรื่องของการแสดงความยินดีในโอกาสที่ท่านต่าง ๆ ได้รับตำแหน่ง ได้รับตราตั้งนั้น เป็นอะไรที่บุคคลทั่วไปส่วนใหญ่ ก็จะกระทำกันเป็นปกติ แต่ท่านทั้งหลายต้องคิดว่า ในเรื่องที่ควรยินดีนั้น เราก็ยินดี แต่ว่าบางเรื่องอย่างเช่นว่าเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย หรือว่าเวลาที่มีผู้เสียชีวิต นั่นก็เป็นสิ่งที่เราควรจะไปเยี่ยมเยือนให้กำลังใจกันเช่นกัน
ตัวกระผม/อาตมภาพเองนั้น โดยตำแหน่งก็คือประธานคณะกรรมการฝ่ายการสาธารณสงเคราะห์คณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ มีข้อตกลงกันอยู่ที่ว่า หากว่าเป็นงานศพของเจ้าคณะพระสังฆาธิการในอำเภอทองผาภูมิแล้ว ถ้าเงินช่วยเหลือของคณะสงฆ์ได้ไม่ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท กระผม/อาตมภาพต้องเติมให้ครบ ๓๐,๐๐๐ บาท นี่เป็นเรื่องของเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นราคาทองบาทหนึ่งเพิ่งจะ ๔,๐๐๐ กว่าบาทเท่านั้น..!
และรับหน้าที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน จนมาถึงในตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ก็ขยายงานออกไปถึงทุกอำเภอในจังหวัดนั้น ๆ แต่ว่าไม่ได้ขยายงานในเรื่องช่วยเหลือเป็นเจ้าภาพงานศพ หากแต่ขยายงานออกไปว่า ถ้ามีพระสังฆาธิการเจ็บไข้ได้ป่วย ก็ไปเยี่ยมยามถามไถ่ ช่วยค่ารักษาพยาบาล ถ้าหากว่ามีพระสังฆาธิการมรณภาพ ก็เดินทางไปร่วมงานศพ มอบปัจจัยไทยธรรมร่วมเป็นเจ้าภาพ แล้วขณะเดียวกัน ถ้าหากว่ามีการพระราชทานเพลิงศพที่กระผม/อาตมภาพไม่ติดงาน ก็ไปเป็นเกียรติให้แก่เจ้าภาพในการพิจารณาผ้าไตรบังสุกุลด้วย
จะว่าไปแล้ว สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นมารยาทในสังคมอย่างหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันก็แสดงออกซึ่งน้ำใจของเราด้วย ส่วนหนึ่งของเพื่อนพระสังฆาธิการนั้น ถ้าหากว่ามีโอกาสรับก็จะรีบรับ แต่ถ้าหากว่าต้องจ่ายมักจะไม่ค่อยจ่าย ดังนั้น..การไปเยี่ยมยามบุคคลที่เจ็บไข้ได้ป่วย และช่วยค่ารักษาพยาบาล เขาจึงไม่ค่อยนิยมกระทำกัน..!
ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้น ตั้งกองทุนรักษาพยาบาลพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนเอาไว้ ซึ่งถ้าหากว่าเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วไม่ได้เข้าโรงพยาบาลเอกชน ก็คือเข้าโรงพยาลบาลรัฐ สามารถเบิกได้ทุกบาททุกสตางค์ มีอยู่ครั้งเดียวเท่านั้น ที่มหาหนึ่ง (พระมหานันทวัฒน์ อคฺคธมฺโม ป.ธ. ๔) วัดท่าขนุน อยู่ ๆ ก็ป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ เนื่องเพราะว่าเคร่งเครียดอยู่กับการเรียนภาษาบาลี พรรคพวกกลัวว่าจะช่วยชีวิตไม่ทัน จึงเอาเข้าโรงพยาบาลสินแพทย์นครปฐม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน กระผม/อาตมภาพพิจารณาเหตุผลแล้วว่าเป็นเรื่องที่สมควร จึงได้จ่ายค่ารักษาไป ๘๗,๐๐๐ กว่าบาท
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 06-03-2026 เมื่อ 02:38
|