ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า วันนี้, 00:24
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,766 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๔ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนของเรา ที่ช่วยกันจัดเก็บสถานที่จนเรียบร้อย ต้องบอกว่าวัดท่าขนุนของเราถือว่าเป็นวัดลำดับต้น ๆ ที่ทำงานเร็ว จนบางทีคนคิดว่าวัดนี้ไม่เคยมีงานมาก่อน เนื่องเพราะว่ามาหลังงานแค่ประมาณชั่วโมงเดียว ทุกอย่างก็โดนเก็บเรียบไปแล้ว..!

ในระหว่างที่ท่านทั้งหลายเก็บกวาดสถานที่อยู่ กระผม/อาตมภาพก็สารพัดงานเหมือนเดิม อันดับแรกเลย ก็ต้องออกหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งจะประชุมกันในวันที่ ๑๒ มีนาคมนี้ ความจริงคุณครูรอยพิมพ์ สุทธิบานเย็น กระตุ้นให้ออกหนังสือมาหลายวันแล้ว แต่งานอื่นสำคัญและเร่งด่วนมากกว่า

อย่างที่กระผม/อาตมภาพเคยบอกพวกเราหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า
ถ้าเราสามารถลำดับความก่อนหลังเร็วช้า และความสำคัญของงานได้ ตรงหน้าเราก็จะมีงานเดียวอยู่เสมอ ซึ่งจะไม่หนักเกินกำลังที่เราจะทำไหว แต่ถ้าเราลำดับงานไม่ได้ เอาหลาย ๆ งานมาหมกรวมกัน ก็จะกลายเป็นงานมาก แล้วก็ยุ่งวุ่นวายไปหมด ถ้าทุกท่านมีตำแหน่งหน้าที่การงาน ๓๐ - ๔๐ ตำแหน่งอย่าง กระผม/อาตมภาพแล้ว คาดว่าคงจะจัดการไม่ไหวเช่นกัน

แค่ช่วงที่อยู่วัดท่าซุงไม่กี่ปี เมื่อกระผม/อาตมภาพออกมาแล้ว ทางด้านหลวงพ่อเจ้าคุณอนันต์ (พระราชภาวนาโกศล วิ.) ตอนนั้นยังเป็นพระครูปลัดอนันต์ พทฺธญาโณอยู่ ต้องหาคนไปทำงานแทนถึง ๕ คน นี่ก็อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ว่า คนเราไม่สามารถที่จะแยกแยะความก่อนหลังเร็วช้า และความสำคัญของงานได้ เมื่อรับผิดชอบงานใดงานหนึ่ง ก็ไม่สามารถแบ่งความคิด แบ่งกำลังใจไปดูแลงานอีกส่วนหนึ่งได้

เรื่องพวกนี้กระผม/อาตมภาพเจอมาตั้งแต่ฆราวาสยันพระ สมัยรับราชการทหารอยู่ ลากลับบ้าน ๑๐ วัน กลับถึงหน่วยเมื่อไร ก็ต้องนั่งตูดด้านอยู่อย่างน้อยก็ ๒ - ๓ วัน เพื่อทำงานในช่วง ๑๐ วันที่ผ่านมา แต่พอเพื่อนฝูงลา กระผม/อาตมภาพทำแทนได้หมด ยังบ่นกับ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) เลขานุการส่วนตัวว่า "สงสัยว่าเราจะเกิดมากเกินไป จนกระทั่งไม่มีอะไรที่ไม่เคยทำเลย..!" ดังนั้น..งานหลายอย่างแค่มองก็ทำเป็นแล้ว ขณะที่คนอื่นฝึกแล้วฝึกอีก แทบล้มประดาตายกว่าจะทำเป็น..!

จะบอกว่าเป็นความภาคภูมิใจก็ใช่ที่ แต่น่ารำคาญเสียมากกว่า คือบางทีก็เผลอไปเกิดความรู้สึกว่า "ทำไมมันถึงได้โง่ขนาดนี้วะ..!?" พอคิดขึ้นมาได้ก็ต้องรีบวางความคิดนั้นลง เพราะว่านั่นก็คือสักกายทิฏฐิ กำลังเอามาเปรียบกับตัวเอง
ในเมื่อคนเราสร้างบารมีมาไม่เหมือนกัน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องเร่งรัดฝึกฝน ไม่ใช่วันแล้ววันเล่าก็ทำตัวเป็นปลาตาย ลอยตามน้ำ ไม่คิดจะขยับเขยื้อนอะไรเลย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)