ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า วันนี้, 05:51
หยาดฝน's Avatar
หยาดฝน หยาดฝน is offline
ผู้สนับสนุนเว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 3,620
ได้ให้อนุโมทนา: 319
ได้รับอนุโมทนา 76,505 ครั้ง ใน 3,768 โพสต์
หยาดฝน is on a distinguished road
Default

หลังจากนั้นก็เป็นวิธีการปฏิบัติว่า ผู้ที่รับเอาไปแล้วจะต้องสั่งสอนพุทธศาสนิกชนของเราอย่างไร..
"อนูปวาโท" ต้องเป็นผู้ไม่ว่าร้ายใคร พูดง่าย ๆ ว่า คิดดี พูดดี ทำดีต่อผู้อื่น ตามหลักสาราณียธรรมนั่นเอง

"อนูปฆาโต" การไม่ทำร้ายใคร ดังนั้น..ถ้าหากว่า พุทธศาสนิกชนของเราสามารถควบคุมกาย-วาจาด้วยศีลได้อย่างแท้จริง ก็จะไม่ทำร้ายไม่เบียดเบียนคนอื่น

"ปาฏิโมกฺเข จ สํวโร" ก็ให้สำรวมในศีลของตนตามสภาพ ก็คือ ชาวบ้านทั่วไปรักษาศีล ๕ อุบาสกอุบาสิการักษาศีล ๘ สามเณรรักษาศีล ๑๐ พระภิกษุรักษาศีล ๒๒๗ ภิกษุณีรักษาศีล ๓๑๑ ข้อ เหล่านี้เป็นต้น ถ้าหากว่าทุกคนสำรวมอยู่ในศีลของตนตามสภาพ ก็จะไม่มีการเบียดเบียนผู้อื่นด้วยกาย ด้วยวาจา เป็นอย่างน้อย สังคมก็จะสงบสุข

เท่านั้นยังไม่พอ เพราะว่าเป็นความสงบแต่เพียงภายนอกเท่านั้น พระองค์ท่านตรัสวิธีการข้อต่อไปว่า..
"ปนฺตญฺจ สยนาสนํ" รู้จักอยู่อาศัยนอนนั่งในที่สงัด ก็คือ ไม่กล่นเกลื่อนด้วยผู้คน ถึงเวลาจะได้รักษาใจของตน

ในข้อต่อไปที่ว่า "อธิจิตฺเต จ อาโยโค" ก็คือ การประกอบกำลังใจของเราให้ทรงสมาธิ เพื่อความสงบระงับของกาย ของวาจา ของใจ

ส่วนประกอบข้อต่อไป ก็คือ "มตฺตญฺญุตา จ ภตฺตสฺมึ" รู้จักประมาณในการบริโภค ก็คือ ไม่กินล้น ไม่กินเกิน จนกระทั่งกลายเป็นเครื่องถ่วงตนเอง มัวแต่ง่วงเหงาหาวนอนอยู่ เพราะว่าร่างกายหนักด้วยอาหาร ไม่สามารถที่จะประพฤติปฏิบัติในศีล สมาธิ ปัญญา อย่างเต็มที่ได้


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย หยาดฝน : วันนี้ เมื่อ 06:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ หยาดฝน ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), ชุณหพงศ์ (วันนี้), ปริญญา (วันนี้), สัญญะจิตโต (วันนี้)