ครั้นจบจากการแสดงพระธรรมเทศนาแล้ว ก็ยังต้องลงมาร่วมเจริญพระพุทธมนต์กับพระภิกษุสงฆ์ของเรา ซึ่งวันนี้ กระผม/อาตมภาพก็ได้ดุ "ปลัดแป๊ะ" (พระปลัดวินัย ชาคโร) เจ้าอาวาสวัดพุทธมณฑลอรัญญิกาวาส ซึ่งท่านนำสวดแล้วอักขระฐานกรณ์เพี้ยนไปหมด
อย่างเช่นว่า "สัพผะมังขะลัง" เหล่านี้เป็นต้น ทั้ง ๆ ที่ต้องออกเสียงให้ชัดว่า "สัพพะมังคะลัง" เนื่องเพราะว่าเป็นคนละเสียงวรรณยุกต์กัน อาวุโสถึงระดับนั้นแล้ว ถ้าขืนปล่อยให้พ้นไปแบบนั้นเรื่อย ๆ บรรดารุ่นหลังจะคิดว่ารุ่นก่อนนี้สวดถูกต้อง เลียนแบบตามไปก็จะทำให้พังวอดวายกันไปหมด..! เรื่องพวกนี้ถ้าหากว่าไม่บอกกล่าวให้ชัดเจน ไม่พยายามแก้ไข ก็จะสร้างความเสียหายให้กับพระพุทธศาสนาได้ เนื่องเพราะว่าอักขระเพี้ยน ความหมายก็จะเพี้ยนไปด้วย..!
เมื่อเสร็จจากการรับสังฆทานซึ่งเป็นการถวายภัตตาหารสังฆทาน และให้พรแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้ไปฉันเพล เนื่องเพราะว่าถ้าขืนมัวรอฉันเพลอยู่ ก็จะเสียเวลาในการที่จะพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายตนเอง จึงหาอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันแล้วก็นอนภาวนาไป จนกระทั้งประมาณเที่ยงถึงได้ลุกขึ้นมาแต่งเนื้อแต่งตัว รอจนเสียงตามสายจบก็ลงอุโบสถ ทำหน้าที่พระอุปัชฌาย์ ประชุมสงฆ์ ๓๑ รูป ให้การอุปสมบทนาค ๒ ราย ซึ่งบางรายชื่อที่เปลี่ยนมานั้น รู้สึกว่าจะเลิศหรูดูดีมากจนเกินไป..!
เมื่อบวชเสร็จเรียบร้อยแล้ว ยังต้องลงทบทวนพระปาฏิโมกข์ต่ออีก กว่าจะออกจากโบสถ์มาได้ มอบหมายให้พระพี่เลี้ยงนำพระใหม่ไป "พินทุ" "อธิษฐาน" สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ ส่วนที่เหลือก็ให้นำญาติโยมไปวางผางประทีป ไม่ว่าจะแปรรูปหรือแปรอักษรก็ตาม ในส่วนของลานธรรมหน้าอุโบสถ มอบหมายให้กับ "ท่านภีม" (พระกวีวัธน์ สทฺธาธิโก) ซึ่งรับหน้าที่ในการวาดรูปและวางผางประทีปมาหลายครั้งแล้ว ฝีมือเป็นที่ไว้วางใจได้แน่นอน
ในส่วนของถนนเข้าวัดท่าขนุนและลานธรรมอีกฝั่งหนึ่งนั้น ก็ต้องมอบหมายให้ "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) และญาติโยมที่คุ้นชินกัน มีการตรวจสอบภาพมุมสูงจากยอดพระพุทธเจติยคีรี ส่งภาพลงมาให้แก้ไขเป็นระยะ ๆ
ส่วนกระผม/อาตมภาพเองนั้น ต้องมาทำเกียรติบัตรผู้ที่ชนะการแข่งขันประกอบอาหารพื้นบ้านในวันนี้ ซึ่งก็คือขนมต้ม และแข่งขันขูดมะพร้าว นอกจากนั้นแล้วยังต้องเตรียมซองรางวัลเอาไว้ เพราะว่าช่วงเย็นยังต้องออกไปหน้าวัด ในการดูการแสดงของงานประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญอุทิศอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านจังหวัดกาญจนบุรี และเตรียมปัจจัยต่าง ๆ สำหรับคณะหรือหน่วยงาน ซึ่งเตรียมการแทนกระผม/อาตมภาพ จะต้องมาเบิก รวมแล้วก็เป็นแสนอยู่เหมือนกัน..!
ส่วนการที่ออกไปดูการวางผางประทีปนั้น แค่เดินออกไปเป็นกำลังใจแก่ผู้อื่นชั่วครั้งชั่วคราว แล้วก็กลับมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน อีกสักครู่หนึ่งก็คงต้องออกไปตามประทีปแล้ว
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:06
|