ดูแบบคำตอบเดียว
  #3  
เก่า วันนี้, 01:40
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,946
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,713 ครั้ง ใน 37,564 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ตอนแรกก็กราบขอบารมีพระท่าน ขอถอนพลังพุทธานุภาพหรือว่ายันต์เกราะเพชร ที่ปกคลุมชายแดนด้านตะวันออกเฉียงเหนือ มาจนถึงภาคตะวันออกทิ้งเสีย เนื่องเพราะว่ายันเอาไว้หลายเวลาเต็มทีแล้ว จนกระทั่งเห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะทำสิ่งหนึ่งประการใดมาก็ตาม ผลจะเกิดเป็นมหาสะท้อนย้อนกลับไปเป็นร้อยเท่าพันทวี..!

แม้กระทั่งการที่จะไปแหกตาหลอกชาวโลก ก็กลายเป็นว่าชาวโลกรู้เช่นเห็นชาติประเทศนั้นกันหมดแล้ว แต่ "พระ" ท่านบอกว่าเก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า เนื่องเพราะว่าเมื่อตั้งใจให้เป็นไปแล้ว ระยะนี้สถานการณ์ประเทศชาติและสถานการณ์โลกก็ไม่ดีนัก จึงควรที่จะคงอยู่เอาไว้อีกสักระยะหนึ่งก่อน กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่กราบรับโอวาทเอาไว้ เนื่องเพราะว่า
การที่ "พระ" ท่านจะสงเคราะห์นั้นเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะต้องมีคนขอ แล้วในขณะเดียวกัน เรื่องที่ขอก็ต้องไม่เกินกฎของกรรมด้วย

ครั้นปลุกเสกวัตถุมงคลเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็มาฉันเช้าร่วมกับทุกคน ซึ่งตอนแรกคิดว่าพระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนที่ไปอบรมบาลีก่อนสอบรอบ ๒ ที่วัดพุทธบริษัทจะกลับมา จึงให้แม่ชีทำอาหารเพิ่มเอาไว้ แต่กลายเป็นว่าเพิ่มไปแล้วเสียเปล่า เนื่องเพราะว่าทางวัดพุทธบริษัทฉวยโอกาสเอาพระเณรไว้เพื่อทำบุญวันมาฆบูชาเสียก่อน อาหารเช้าจึงเหลือค่อนข้างที่จะมาก..!

เมื่อเสร็จจากอาหารมื้อเช้า กระผม/อาตมภาพก็ต้องมาฉันยา "น็อก" ตัวเองไปก่อน เพราะว่าจะต้องขึ้นเทศน์วันมาฆบูชาอีก จนกระทั่งประมาณ ๘ โมงเช้าจึงลุกขึ้นมาแต่งตัว ลงไปสนทนากับญาติโยม ซึ่งมักจะเป็นการด่าเสียมากกว่า..! เนื่องเพราะว่าแต่ละคนนั้นไม่เคยจดไม่เคยจำ เรื่องที่บอกที่กล่าวไปแล้ว จัดสถานที่เอาไว้สำหรับคนนั่ง ๔๐๐ - ๕๐๐ ที่ แทนที่จะนั่งข้างหน้าให้เต็มเสียก่อน กูก็ไปนั่งแถวหลังสุดทุกครั้งไป..!

บุคคลทั้งหลายเหล่านี้ อย่าหวังเลยว่าชีวิตนี้จะประสบความสำเร็จ เนื่องเพราะว่าการที่จะกล้าออกหน้าแสดงตัวตนก็ยังไม่มี ทำให้เห็นชัดว่าบารมีที่สร้างมายังอ่อนด้อยเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่การได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา ได้ฟังธรรมแล้วน้อมนำมาปฏิบัติ กระผม/อาตมภาพก็เชื่อมั่นว่าทุกคนสร้างบารมีมาดีแล้วแน่นอน แต่กลายเป็นว่าถึงสร้างมาแล้ว แต่ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้าที่จะช่วงชิง แล้วจะให้ประสบความสำเร็จย่อมเป็นไปไม่ได้ การที่ท่านทั้งหลายไม่ยอมช่วงชิงนั้น ความจริงเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่ากำลังใจของเราในทางโลก ซึ่งยังต้องอาศัยอยู่กับโลกนั้น เรื่องพวกนี้ยังจำเป็นที่จะต้องมีอยู่ ไม่เช่นนั้นแล้วท่านก็อาจจะลำบากกว่าคนอื่น..!

ครั้นบ่นว่าญาติโยมไปจนถึง ๙ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพก็ขึ้นเทศน์วันมาฆบูชา ต้องบอกว่าพยายามที่จะตั้งสติ เนื่องเพราะว่าอากาศที่เปลี่ยนรุนแรงมาก กลับพาให้ไข้จับเสียได้..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องตั้งสติให้มั่นคง ไม่เช่นนั้นแล้วเรื่องที่พูด เรื่องที่เทศน์ อาจจะไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจพูด ตั้งใจคิดเอาไว้ เนื่องเพราะว่าร่างกายที่แก่ชรามาถึงระดับนี้แล้ว อาจจะทำให้ "รวน" ไปบ้างก็ได้

สมัยก่อนที่รับใช้พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุงอยู่ บางขณะก็คิดว่าหลวงพ่อท่านพูดอะไรออกมาแท้ ๆ เรากลับฟังไม่รู้เรื่องเลย เมื่อมีโอกาสกราบเรียนถามท่าน ท่านก็บอกว่า "ข้าก็อยากพูดให้รู้เรื่องทุกครั้ง แต่พอถึงเวลาร่างกายรวนมาก ๆ บังคับไม่ได้อย่างใจ เรื่องที่พูดออกไปอาจจะกลายเป็นคนละเรื่องกันก็ได้" ครั้นมาแก่ตัวเข้าประสบพบด้วยตนเองถึงได้รู้ แต่ก็พยายามที่จะรักษากำลังใจเอาไว้ ไม่เช่นนั้นแล้วญาติโยมที่รู้จักสังเกตก็อาจจะเสียกำลังใจได้..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:01
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา