ส่วนในเรื่องของการตั้งขบวนแห่นั้น ปีนี้ยังคงได้รับความเมตตาจากทางโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา ซึ่งท่านว่าที่ร้อยตรี ดร. ชิดชัย ทองโบราณ ผู้อำนวยการใหม่ถอดด้าม ที่เพิ่งมาร่วมงานในปีนี้ ก็สามารถที่จะกลมกลืนกับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว มอบหมายให้คณะครูบาอาจารย์ ตั้งแต่ท่านรองวัฒน์ (นายธนวัฒน์ ภูมิพวัฒนโชติ) รองผู้อำนวยการโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา และคณะครูอาจารย์ แต่งตัวเป็นอดีตเจ้าเมืองหน้าด่านทั้ง ๗ หัวเมือง แต่น่าเสียดายว่า..น่าจะเป็นอดีตเจ้าเมืองหน้าด่าน ที่กำลังจะเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวในเมืองหลวง เพราะว่าแต่งตัวเป็นไทยไปเสียหมด..!
ความจริงเจ้าเมืองหน้าด่านทั้ง ๗ หัวเมืองนั้นท่านเป็นเชื้อชาติมอญ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ควรที่จะแต่งตัวเป็นมอญมากกว่า แต่น่าเสียดายที่ว่ามงกุฎของเจ้าเมืองมอญ โดยเฉพาะเจ้าเมืองท่าขนุนนั้นชำรุดอยู่ โดยที่กระผม/อาตมภาพเองไปค้นเจอในกุฏิเก่าของหลวงปู่สาย อคฺควํโส (พระครูสุวรรณเสลาภรณ์) อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าขนุน อดีตเจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ
ก็ยังหนักใจอยู่ว่าจะหาผู้หนึ่งผู้ใดมาซ่อมแซมให้ดีเหมือนเดิมได้หรือไม่ ? ตอนนี้ก็ได้แต่เก็บชิ้นส่วนเอาไว้ ว่าจะประกอบกลับเข้าไปอย่างไรดี ? ไม่นึกเหมือนกันว่าอดีตเจ้าเมืองหน้าด่านซึ่งมีบรรดาศักดิ์เป็นคุณพระนั้น จะมีมงกุฎอยู่ในลักษณะของเจ้าประเทศราชด้วย แต่ก็ต้องถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ไทย ที่ให้เกียรติท่านทั้งหลายในฐานะผู้เสียสละ ช่วยดูแลผืนแผ่นดินไทย โดยเฉพาะทางชายแดนไทย - พม่าของจังหวัดกาญจนบุรี
สำหรับนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีนั้น มอบปัจจัยส่วนหนึ่งให้มา ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอยู่ที่ ๒๘,๐๐๐ บาท กระผม/อาตมภาพจึงมอบหมายให้ "น้องท็อป" (นายกัลธารวัจน์ อุษาวัฒนากูล) ผู้ทรงคุณวุฒิสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ เป็นคนรับงบประมาณก้อนนี้ไป เพื่อทำหน้าที่จัดงานนิทรรศการเทิดพระเกียรติครั้งนี้
ปีนี้ "น้องท็อป" นอกจากจะจัดงานเทิดพระเกียรติบรรดาเจ้าเมืองทั้ง ๗ หัวเมืองแล้ว ยังมีการนำเอาชุดผ้าของบรรดาชาติพันธุ์ต่าง ๆ มาแสดงด้วย ซึ่งโอกาสที่จะได้เห็นชาติพันธุ์ต่าง ๆ ของทองผาภูมิอยู่กันครบหน้า ก็ต้องรองานประจำปีที่วัดท่าขนุนนี้เอง น่าเสียดายที่ว่าขบวนแห่ปีนี้นั้น ขาดพี่น้องชาวม้งไป เนื่องเพราะว่ามารับงานแสดงในวันอื่นแทน ซึ่งความจริงการเดินทางมานั้น กระผม/อาตมภาพก็ช่วยเหลือเรื่องค่ารถอยู่แล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะว่าท่านทั้งหลายติดงานประจำ ทำให้ไม่สะดวกที่จะมาในวันนี้ก็ได้
ครั้นถึงช่วงบ่ายก็ต้องเดินทางไปยังสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิ เพื่อตรวจดูความพร้อมของขบวน ที่แต่ละชาติพันธุ์มาถึงแล้ว ก็ต้องมาลงทะเบียน ภายใต้การรับผิดชอบของคณะครูอาจารย์โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา แล้วบรรดาออร์แกไนซ์ก็ยังต้องมาคอยคุมขบวน โดยมีช่างภาพ ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะในส่วนของวัดท่าขนุน คอยติดตามถ่ายขบวนทั้งหลายเหล่านี้ตลอดเวลา
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:52
|