ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า วันนี้, 01:22
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,938
ได้ให้อนุโมทนา: 161,326
ได้รับอนุโมทนา 4,533,375 ครั้ง ใน 37,555 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

นอกจากนั้นแล้ว ยังได้ติดต่อประสานงานกับหมอนุ้ย (แพทย์หญิงนวลจันทร์ เวชสุวรรณมณี) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทองผาภูมิ ในการขอรถและแพทย์พยาบาล เพื่อเตรียมรอปฐมพยาบาลท่านทั้งหลายในเบื้องต้น เนื่องเพราะว่าโครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๖๙ ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนมาก บุคคลที่ไม่เคยเดิน หรือว่าไม่เคยมาจังหวัดกาญจนบุรีนั้น จะไม่รู้ว่าอากาศด้านนี้ร้อนหนักขนาดไหน ?!

กระผม/อาตมภาพเองมาฝึกในช่วงที่รับราชการทหารอยู่ บริเวณกองพลทหารราบที่ ๙ ซึ่งในสมัยนั้นคือ "ค่ายกาญจนบุรี" ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็น "ค่ายสุรสีห์" ซึ่งอาศัยนามของสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ ๑ เป็นนามของกองพลนั้น เมื่อผ่านการฝึกไปประมาณ ๑ อาทิตย์ กระผม/อาตมภาพรู้สึกคัน ๆ ที่ใบหู เมื่อเอามือจับดู เสียงดังกร๊อบ..! ปรากฏว่าหูตัวเองแตกออกมาเป็นแผ่น ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือร้อนจนผิวหนังลอก สามารถลอกคราบได้เป็นงูไปเลย..!

จึงเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่าท่านทั้งหลายที่เข้าโครงการ ถ้าอายุมากเกิน ๔๐ ปีไปแล้ว อาจจะไม่ไหว หรือว่าถึงอายุน้อย แต่ถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บประจำตัวอยู่ ก็อาจจะไม่ไหวเช่นกัน จึงต้องติดต่อประสานงาน ขอรถและแพทย์พยาบาล เพื่อเตรียมทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น หรือถ้าอาการหนัก ก็อาจจะต้องส่งโรงพยาบาล ถ้าอาการไม่หนักมากนัก ก็อาจจะต้องอาศัยรถไปส่งท่านนั้นที่จุดหมายปลายทางของแต่ละวัน ดังนั้น..เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต แต่ว่ากว่าจะเสร็จงานแต่ละอย่างก็ทำให้กินเวลาไปเสียหมด

แล้วกระผม/อาตมภาพเองก็ยังต้องออกไปหน้าวัด เพื่อชมการแสดงของเด็กนักเรียนต่าง ๆ และรอที่จะมอบรางวัลให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น เนื่องเพราะว่าในฐานะประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมินั้น กระผม/อาตมภาพสนับสนุนให้ทุกโรงเรียนทำการแสดงออก ในเรื่องของนาฏศิลป์และวัฒนธรรมต่าง ๆ ของแต่ละท้องถิ่น โดยเฉพาะความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของอำเภอทองผาภูมิ ทำให้การทำงานด้านวัฒนธรรมนั้นค่อนข้างจะง่าย

แต่การที่ให้ท่านทั้งหลายฝึกซ้อมการแสดงแล้ว ถ้าเราไม่มีเวทีให้ เขาก็ไม่รู้จะฝึกซ้อมไปทำอะไร ถ้าหากว่ามีเวทีให้แล้ว ก็ยังต้องมีรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เพื่อเป็นกำลังใจแก่เด็กทั้งหลายด้วย ซึ่งแต่ละปีนั้น กลับไปตกอยู่ที่ร้านค้าเสียมากกว่า เนื่องเพราะว่าเด็ก ๆ พอรับรางวัลไป ก็มักจะวิ่งไปซื้อข้าวของที่ตนเองชอบ โดยเฉพาะบรรดาอาหารและเครื่องดื่มของโปรดของตนเอง ที่ปกติจะซื้อจะหาก็ต้องคิดแล้วคิดอีก แต่ถ้าหากว่าได้รับรางวัลจากหลวงพ่อไปแล้ว ถือว่าเป็นเงินของตนเอง สามารถที่จะใช้ซื้อในสิ่งที่ตนเองชอบได้ กลายเป็นว่าร้านค้าต่างหากที่ได้รับผลประโยชน์จากหลวงพ่อมากกว่า..!

เมื่อวานนี้การแสดงของ ๕ โรงเรียน รวมแล้วนักแสดง ๕๐ คน กระผม/อาตมภาพแจกรางวัลไป ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้ก็คาดว่าไม่ได้น้อยกว่ากัน ถ้าหากว่ามีชุมชนแทรกเข้ามาด้วย ก็อาจจะมากกว่าเสียอีก จึงต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 8 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), เผือกน้อย (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ไพเดช (วันนี้), มารวย (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)