เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้ในช่วงเช้ามืดนั้น กระผม/อาตมภาพน่าจะไม่ได้ออกบิณฑบาต เนื่องเพราะว่าจะต้องไปทำการบวงสรวงเปิดงานประจำปี สักการะหลวงพ่อตะเคียนทอง ให้กับท่านพระครูสุตกาญจนวัฒน์, ดร. เจ้าอาวาสวัดวังปะโท่ แล้วค่อยวิ่งกลับมาบวงสรวงขออนุญาตเปิดงานประจำปีที่วัดท่าขนุน
ต่อด้วยการสวดพระพุทธมนต์ และเลี้ยงพระถวายกุศลให้แก่บรรดาอดีตเจ้าเมืองทั้ง ๗ หัวเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขอให้ทางคณะชาวมอญ ซึ่งมีท่านอาจารย์กามเทพ มิ่งสำแดง เป็นผู้นำ มาทำการบวงสรวงและเข้าทรงอดีตเจ้าเมืองต่าง ๆ ด้วย แต่ว่าหลังจากที่ท่านอาจารย์กามเทพเสียชีวิตไปแล้ว บุคคลอื่นก็ไม่มีความสามารถในการที่จะติดต่อกับบรรดาสิ่งที่มองไม่เห็นได้คล่องตัวเหมือนท่านอาจารย์กามเทพ จึงต้องยกเลิกไปโดยปริยาย เหลือแต่การบวงสรวงบูชาพระ และขออนุญาตครูบาอาจารย์ เจ้าที่เจ้าทาง ในการจัดงานเท่านั้น
เพียงแต่ว่าความร่วมมือจากชาติพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมอญ พม่า ทวาย กะเหรี่ยง ตลอดจนกระทั่งบรรดาพี่น้องม้ง ลีซอ ตลอดจนไทย-อีสานยังคงมีอยู่เหมือนเดิม โดยทางว่าที่ร้อยตรี ดร. ชิดชัย ทองโบราณ ผู้อำนวยการโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา รับหน้าที่ในการจัดขบวนแห่เทิดพระเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งคำว่า "ขบวนแห่เทิดพระเกียรติ" ก็คือจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี แล้วถึงจะต่อด้วยขบวนของชาติพันธุ์ต่าง ๆ
ส่วนหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ "ชาวเนปาลี" หรือที่เรียกกันว่าพี่น้องชาวเนปาล ซึ่งรับอาสามาร่วมงานทุกครั้ง ถ้าหากว่าไม่ได้มาทำหน้าที่ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ กระผม/อาตมภาพก็คงไม่รู้เหมือนกันว่า ทองผาภูมิของเรานั้น มีพี่น้องชาวเนปาลีถึง ๒ แสนกว่าคน..! ในระยะแรกนั้นก็คือมาทำงานในเหมืองแร่ปิล็อก ซึ่งต้องวิ่งจากวัดท่าขนุนขึ้นเขาไปอีก ๗๐ กิโลเมตร..!
เมื่ออยู่ทำหน้าที่ไปนาน ๆ มีครอบครัวลูกหลาน ก็ส่งลูกเรียนหนังสือไทย จนกระทั่งได้สัญชาติมาแล้วหลายรุ่น เมื่อถึงเวลามีสิ่งที่จะทำให้เขาแสดงออกซึ่งตัวตนความเป็นเนปาลีของตน ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็ยินดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง และมาร่วมงานด้วยทุกปี โดยการเช่ารถตู้วิ่งจากกรุงเทพฯ มาเพื่อออกงานของเราโดยเฉพาะ เสร็จงานก็นั่งรถตู้วิ่งกลับไปทำงานต่อ
ต้องบอกว่าเหนื่อยแทนเขาทั้งหลายเหล่านี้ แต่ก็ชื่นชมในกำลังใจของเขาซึ่งได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายเนปาลีแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังไม่ลืมเชื้อชาติของตนเอง การแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ นั้น พี่น้องชาวเนปาลี รู้สึกว่าจะเป็นนักแสดงเพียงชุดเดียวเท่านั้น ที่สามารถร้องรำตามเพลงต่าง ๆ ได้เองทุกคน โดยที่ไม่ต้องใช้ "ลิปซิงค์" หรือว่าเปิดแต่ดนตรีเหมือนกับของที่อื่น แปลว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้น มีการถ่ายทอดส่งผ่านทางวัฒนธรรมอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว ก็ต้องถือโอกาสเจริญพรขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:45
|