ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 23:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,932
ได้ให้อนุโมทนา: 161,282
ได้รับอนุโมทนา 4,533,169 ครั้ง ใน 37,548 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

อีกส่วนหนึ่งที่มองเห็นในครั้งนี้ ก็คือความเอาจริงเอาจังของคนญี่ปุ่น และความเป็นสังคมผู้สูงอายุ ส่วนใหญ่ก็มีแต่คุณลุง คุณป้า คุณตา คุณยาย ออกมาทำงานกันทั้งนั้น แล้วแต่ละคนก็ทุ่มเทอย่างสุด ๆ ถึงขนาดกระผม/อาตมภาพบ่นกับคณะที่ไปด้วยกันว่า "อยากจะให้รางวัล แต่ไม่สามารถจะทำได้" เนื่องเพราะว่าการให้ "ทิป" สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นการดูถูก ทุกคนทุ่มเทกับการทำงานอยู่แล้ว เขาตั้งใจทำหน้าที่ของเขาให้ดีที่สุด ไม่ใช่ตั้งใจทำหน้าที่เพื่อรอรับรางวัลจากเรา

เพียงแต่ว่าส่วนที่น่าสงสาร กลับกลายเป็นในส่วนที่เรามองไม่เห็น ก็คือบรรดาเจ้าที่เจ้าทางต่าง ๆ
คนญี่ปุ่นทำบุญมากก็จริง แต่อุทิศส่วนกุศลไม่เป็น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น บางที่เทวดาเขาทำตัวให้ดู ผอมกะหร่องมาเชียว..! ประมาณว่าแทบจะไม่ได้รับอะไรจากญาติโยมของเขาเลย ลักษณะอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่ญาติไม่ใช่โยม ไม่ได้มีความสัมพันธ์กันมาก่อน หรือว่าไม่บอกไม่กล่าว เขาก็ไม่สามารถที่จะอนุโมทนาบุญที่เห็นตำตาตัวเองได้ แล้วคนญี่ปุ่นเวลาทำบุญก็นิยมหยอดเหรียญ ส่วนใหญ่ก็เป็นเหรียญ ๑๐๐ เยน กระผม/อาตมภาพใส่ธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ เยน กลายเป็นว่าผิดระเบียบเขา ก็คือหยอดตู้แล้วไม่ดัง เป็นอะไรที่ดูแล้วตลกดีเหมือนกัน..!

เพียงแต่ว่าญี่ปุ่นเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ แม้กระทั่งการเข้าออกประเทศ ก็เป็นการสแกนพาสปอร์ตอัตโนมัติ แล้วเป็นประเทศแรกที่สแกนพาสปอร์ตของกระผม/อาตมภาพแล้วไม่มีปัญหา ส่วนใหญ่ไปที่อื่นสแกนแล้วมีปัญหา เพราะว่าสมณศักดิ์ของพระ นอกจากจะยาวมากแล้ว ยังไม่มีเว้นวรรคนามสกุลอีก แต่ระบบของญี่ปุ่นไม่มีปัญหาผ่านได้สบาย เมื่อไรประเทศอื่นจะทำได้อย่างนั้นก็ไม่รู้ ?

อีกส่วนหนึ่งที่มองเห็นก็คือถ้าเป็นหน้าหนาวแล้ว ประเทศญี่ปุ่นหาของกินค่อนข้างยาก โดยเฉพาะพวกผักผลไม้ พวกเราที่ไปซื้อกันก็เลยกลายเป็นซื้อของแพง แล้วซื้อมากระผม/อาตมภาพก็ฉันไม่ได้ เนื่องเพราะว่าตอนช่วงเช้าเขามักจะเอามาถวาย แล้วอากาศตอนนั้นติดลบ ผลไม้ที่เอามาถวายเย็นขนาดไหนก็นึกเอาเอง ขืนฉันเข้าไปก็ไข้จับตายพอดี..! ที่สามารถรอดจากการเจ็บไข้ได้ป่วยมา นอกจากทำตามสิ่งที่มองไม่เห็นท่านบอกแล้ว อีกอย่างหนึ่งก็คือระวังตัวเองด้วย ในเมื่อรู้ว่าฉันเข้าไปแล้วจะเป็นไข้ ก็ต้องหลีกเลี่ยง..!

แต่ที่ชอบใจก็คือร้านอาหารทุกแห่งมีน้ำชาร้อนให้เติมได้ไม่อั้น ปกติครั้งก่อน ๆ ที่ไปต้องไปหยอดตู้ซื้อน้ำชาเขา ขวดหนึ่ง ๑๓๐ เยน มาปีนี้เป็นขวดละ ๑๔๐ เยน แต่ไปครั้งนี้แทบไม่ต้องเสียเงินซื้อเลย เพราะว่าเติมเอาจากร้านอาหารได้ แล้วร้านอาหารของเขาส่วนใหญ่ก็อยู่ตามจุดพักรถ บ้านเรามีห้องน้ำอยู่ตามปั๊มน้ำมัน แต่ที่ญี่ปุ่นอยู่ในจุดพักรถ ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึกอยู่ที่เดียวกันหมด แต่ส่วนใหญ่เป็นของกระจุกกระจิกที่มีชื่อเสียงของบ้านเขาตรงนั้น อย่างถ้ามาทองผาภูมิ ของเราก็ต้องมาซื้อของที่ระลึกรูปปูราชินี ของเขาเองก็มีของที่ระลึกตามสถานที่ แต่ละอย่างจึงมองแล้วไม่ซ้ำกัน

ในเมื่อเห็นเขาทำอย่างนั้น ก็มานึกถึงชุมชนคุณธรรมต้นแบบวัดท่าขนุน ลองไปคิดทำหมอนรูปขนุนออกมาดูบ้างก็จะดี คราวก่อนให้คิดทำเรื่องของปูราชินี คราวนี้ควรที่จะเพิ่มรูปขนุนขึ้นมาบ้าง ถ้าไม่สามารถจะทำเป็นชิ้นใหญ่ เพราะว่าอาจจะราคาสูง ให้ทำเป็นพวงกุญแจเล็ก ๆ ก็ได้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กล้วยน้ำว้า (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), ยั่งยืน (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)