วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ช่วงนี้ของเราก็ต้องวุ่นวายกันหน่อย ในการเตรียมงานประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาท และทำบุญอุทิศอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกระผม/อาตมภาพเองเพิ่งจะกลับมาจากญี่ปุ่น เมื่อมาถึงเฉพาะเอกสารที่จะต้องออก ก็ทำกันจนดึกดื่นเที่ยงคืน สรุปว่าเมื่อคืนนอนน้อยไปหน่อย วันนี้ตั้งใจจะรีบเดินทางกลับมา ก็ยังต้องเสียเวลาไปซักผ้าก่อนแล้วถึงจะกลับ..!
ในส่วนของวัดวาอาราม ระบบที่กระผม/อาตมภาพวางไว้ให้ เราจะสามารถไปได้ทั้ง ๆ ที่เจ้าอาวาสไม่อยู่ หรือว่าไม่มีเจ้าอาวาส..! แต่ว่าถ้าเรามีงานอะไรที่จำเป็นต้องเบิกงบประมาณ จะต้องรีบแจ้งล่วงหน้าไว้ก่อน เพราะว่าบางครั้งเงินทองก็ไม่มีติดวัด เพราะว่าระยะหลังนี้ เขาต้องการให้รายงานยอดเงินในบัญชีธนาคารอยู่ทุกวัน อย่างพี่มุกดา (นางสาวมุกดา เพชรชื่นสกุล) ไปผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา ขอเบิกเงิน ๓๘,๐๐๐ บาท กระผม/อาตมภาพแจ้งว่ารอให้กลับจากญี่ปุ่นก่อน พี่เขาบอกว่าจะผ่าวันนี้ ในลักษณะอย่างนี้ถ้าไม่มีเงินติดวัด มึงก็ผ่าไปเถอะ..! จะทำอะไรกำหนดการเขามีแน่นอนอยู่แล้ว ควรที่จะแจ้งล่วงหน้าก่อน ไม่ใช่ต้องการวันนี้แล้วต้องได้วันนี้..!
บางสิ่งบางอย่างพวกเราก็มักจะไว้วางใจจนเกินไป ทำอย่างกันว่ากระผม/อาตมภาพ "เงินช็อต" ไม่เป็น ก็อย่างที่บอกไว้ว่าด้วยความที่ทำคาถาเงินล้านขึ้น แต่ว่าเป็นคนใช้เงินไม่คิด เพราะฉะนั้น..บางวันเหลือเงินติดตัว ๒๐ บาทก็เก่งมากแล้ว ถ้าจะมาเบิกกันทีประเภท ๑๘,๐๐๐ - ๒๐,๐๐๐ บาทหรืออะไรแบบนี้ ก็อาจจะหาให้ไม่ทัน..!
คราวนี้การไปญี่ปุ่นที่ผ่านมานั้น เป็นการเดินทางที่ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะว่าไปญี่ปุ่นครั้งแรก โยมเช่ารถพร้อมกับคนขับ เฉพาะค่าเช่าอย่างเดียว ๕ วันช่วงนั้นโดนไป ๑ แสนบาทไทย..! พอไปครั้งที่ ๒ โยมพาขึ้นรถไฟ ขึ้นรถเมล์ หรือเดินเท้ากันสนุกสนานกัน ถึงแม้ว่าจะประหยัดไปได้มาก แต่รายจ่ายก็เฉลี่ยตกคนละ ๔ หมื่นกว่าบาท..!
มาครั้งนี้คณะญาติโยมเช่ารถตู้ ๒ คัน ขับกันเอง เฉลี่ยแล้วทั้งค่ารถ ค่าน้ำมัน ค่ากิน ค่าอยู่ คนละ ๓๖,๐๐๐ บาท นี่เป็นยอดเงินที่ไม่ได้รวมค่าตั๋วเครื่องบิน เนื่องเพราะว่าค่าตั๋วเครื่องบินมีทั้งชั้นประหยัด มีทั้งชั้นธุรกิจ ก็จะต่างกันอยู่ที่ต้องบวกเข้าไปประมาณ ๒ หมื่นบาทกับ ๗ หมื่นบาท
แต่ว่าญาติโยมด้วยความที่เป็นลูกค้าชั้นดี ดังนั้น..ชั้นธุรกิจเมื่อขอขยับขึ้นไปก็จะอยู่ที่ประมาณ ๔ หมื่นบาทเศษ ก็แปลว่าไปกัน ๘ วัน ค่าใช้จ่ายก็ตกอยู่ราว ๆ ๘ หมื่นบาท เพียงแต่ว่ากินหรูอยู่สบายจนเกินไป แต่ละมื้อแทบจะจุกตาย เพิ่งจะสังเกตว่าคนญี่ปุ่นกินอาหารชามใหญ่มาก ยกเว้นคราวที่แล้ว ซึ่งโดนเขาแหกตามา ก็คือชามใหญ่ก็จริง แต่เขาเอาไม้ไผ่สานใส่ไว้ครึ่งชาม ก็เลยมีอาหารอยู่ด้านบนแค่หน่อยเดียวเท่านั้น..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:00
|