เมื่อได้บัตรขึ้นเครื่องมาแล้ว เจ้าหน้าที่ก็พาพวกเราไปเข้าเลาจน์ ซึ่งห้องพิเศษหรือว่าเลาจน์ สำหรับการบินไทยเหล่านี้ กระผม/อาตมภาพเข้าทีไรก็ขาดทุนทุกที..! เนื่องเพราะว่านอกมื้ออาหารแล้วจะไม่ฉันอะไร จึงต้องทำหน้าที่เฝ้ากระเป๋าให้คนอื่นไปเข้าร้านดิวตี้ฟรีกันต่อ ถึงตัวเองอยากจะไปก็คงจะไม่ได้ เพราะว่าธนบัตร ๑,๐๐๐ เยนใบสุดท้าย เมื่อวานนี้ก็หยอดตู้ทำบุญไปเสียแล้ว..!
จนกระทั่งใกล้เวลา พวกเราก็ไปรอที่ประตูหมายเลข ๒๐ เจ้าหน้าที่นิมนต์พระขึ้นเครื่องก่อนตามประสาการบินไทย แต่ว่าตั้งใจบริการพระจนเกินไป จึงลืมผู้ติดตาม ทำเอา "เสี่ยโอ" (นายอุดมศักดิ์ จิระบัณฑิต) ของเรา ต้องเอาตั๋วไปแปะกับเครื่องเองถึงจะผ่านเข้าไปได้..!
เมื่อขึ้นไปแล้ว ด้วยความที่กระผม/อาตมภาพนั่งชั้น Business Class เขาก็ส่งเครื่องดื่ม ส่งผ้าร้อน อะไรมาให้ก่อน พวกเราต้องบอกว่ากินหรูอยู่สบายมากจนเกินไป โดยเฉพาะทริปนี้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะสูงมาก ถึงกระผม/อาตมภาพไม่ได้จ่ายเองก็ยังเสียดายเงิน แต่ว่ากลุ่มนี้เขาเป็นขาท่องเที่ยวอยู่แล้ว พูดง่าย ๆ ว่าบินต่างประเทศกันแทบทุกเดือน หรือว่าบางเดือนก็บินถึง ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง..! เพียงแต่ว่าอยู่ในลักษณะของทัวร์คนแก่ เนื่องเพราะว่ามี "น้องต้นหอม" (นางสาวพิมพ์ภัทรา สันตะพันธุ์) ไปด้วย ดังนั้น..ในคณะจึงมีทั้ง "ลุง" ทั้ง "ป้า" เต็มไปหมด โดยเฉพาะมี "หลวงตา" ด้วย ฟังแล้วรู้สึกว่าแก่ขึ้นมาถนัดใจเลย..!
เครื่องของเราออกตรงเวลา เมื่อตั้งลำได้เรียบร้อย เจ้าหน้าที่ก็มาสอบถามว่าจะรับอาหารอะไรบ้าง ? กระผม/อาตมภาพสั่งชุดอาหารญี่ปุ่นไป แต่ว่าแอพพิไทเซอร์ที่มานั้นดันมีปลาดิบมาด้วย..! จึงต้องยกให้กับ "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) เหมาแทน
แต่ว่าเราทั้งสองคนต้องรออาหารนานมาก ๆ พูดง่าย ๆ ว่าตั้งแต่ยังไม่ทัน ๑๑ โมงดี ต้องรอจนกระทั่งเที่ยงครึ่งถึงจะได้อาหารมา รู้อย่างนี้ไม่สั่งอาหารญี่ปุ่นดีกว่า..! เพราะว่าคนอื่นกินอิ่มกันหมดทั้งลำแล้ว และอาหารญี่ปุ่นที่มาก็มีทั้งไข่ปลาคาร์เวียร์ ซึ่งน่าจะเป็นไข่ปลาแซลมอนมากกว่า แล้วก็มีปลาดิบมาอีกต่างหาก "ตากล้องเอ๋" จึงต้องเหมาแทนกระผม/อาตมภาพตามเคย เนื่องเพราะว่าพระห้ามฉันอาหารที่เป็นประเภทเนื้อดิบ แม้แต่เลือดออกตามไรฟัน ถ้ากลืนลงไปยังปรับอาบัติทุกกฎด้วย..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น สิ่งที่กระผม/อาตมภาพเคร่งครัดได้ก็จะเคร่งครัดสักหน่อย
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:22
|