กระผม/อาตมภาพไม่ทราบเหมือนกันว่า บริเวณนี้มีกระรอกเป็นจำนวนมากหรือเปล่า ? เพราะมีชื่อว่า "Squirrel Village" ก็คือ "หมู่บ้านกระรอก" จึงมีการขายสินค้าเป็นรูปกระรอกมากมายนหลายแบบ กระผม/อาตมภาพหยิบขึ้นมาตัวหนึ่ง ตั้งใจซื้อไปฝาก "ลูกอ้วน" (นางสาวภัทรวรรณ จะหวะ) ซึ่งทำงานอยู่ที่วัดท่าขนุน ดูราคาแล้ว ๑,๔๐๐ กว่าเยน คิดเป็นเงินไทยก็แพงเอาการอยู่ทีเดียว แต่ก็มีบุคคลในคณะแย่งกันจ่าย ไม่ว่าจะเป็น "เถ้าแก่ตี๋" (นายชวาลภพ วิทูรสุนทร) ก็ดี หรือว่า "เสี่ยกัง" (นายนิพนธ์ แซ่กัง) ก็ตาม ท้ายสุดไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นคนจ่ายกันแน่ ?!
พวกเราเดินกลับมาขึ้นรถ ตรงไปยังร้านอาหาร ซึ่งต้องบอกว่ากล้ามากที่เข้าร้านอาหาร เนื่องเพราะว่าจะได้รับอาหารค่อนข้างช้า กระผม/อาตมภาพส่งงานทางไลน์จนเกือบจะเสร็จ จึงได้ข้าวสวย พร้อมด้วยเนื้อย่าง ปลาซาบะ และซุปหอยกาบ พร้อมทั้งมิโซะ ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติญี่ปุ่นไปแล้ว มาถึงก็จัดการฉันเป็นการใหญ่
"ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) ส่งห่อกระดาษมาให้ บอกว่าเป็น "ฮื่อก้วย" กระผม/อาตมภาพก็งง ๆ อยู่ว่าคืออะไรกันแน่ ? เมื่อเปิดออกมาถึงได้เห็นว่าน่าจะเป็นแท่งปลาอัด จึงจัดการฉีกออกมาส่วนหนึ่ง ที่เหลือส่งคืนเจ้าของเขาไป กินกันจนอิ่มล้นถึงคอหอยทุกมื้อแบบนี้ แทนที่จะผอมลง ดูท่าว่าจะอ้วนขึ้นมากกว่า..!
เมื่ออิ่มแล้ว พวกเราก็วิ่งตรงไปยังวัดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งก็คือ "วัดนิตไตจิ" คำว่า "นิตไตจิ" นั้น คำว่า "นิต" ก็คือ "นิฮอน" หรือญี่ปุ่น "ไต" ก็คือ "ไทย" "จิ" ก็คือ "วัด" รวมแล้วก็คือ "วัดญี่ปุ่น - ไทย" เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราชของเรา ได้รับการถวายจากรัฐบาลอินเดียในปี ๒๔๔๑ แล้วแบ่งพระราชทานมาให้เป็นขวัญกำลังใจของชาวพุทธญี่ปุ่น
ดังนั้น..ทางชาวพุทธญี่ปุ่น จึงร่วมใจกันสร้างวัดนิตไตจิแห่งนี้ขึ้นมา แล้วก็ไม่มีการสังกัดนิกายใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นวัดประหลาดอยู่วัดเดียวภายในญี่ปุ่น ก็คือบรรดานิกายหลัก ๆ ทั้ง ๑๙ นิกายของประเทศญี่ปุ่น จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกัน ส่งบุคคลของนิกายตนเองมาเป็นเจ้าอาวาสที่นี่
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 18:22
|