เมื่อพวกเราดูจนครบถ้วน และถ่ายรูปไปทุกซอกทุกมุมแล้ว ออกมาข้างนอก ทุกคนก็มารอกันอยู่แล้ว กระผม/อาตมภาพบอกว่า "บ้านหลังไหน ๆ ก็คงคล้ายคลึงกัน ไม่ต้องไปเสียสตางค์ดูหลังอื่นอีก เอาแค่นี้ก็พอ" จึงเดินกลับมายังลานจอดรถ ปรากฏว่าแค่ช่วงข้ามสะพานแขวนนั่นเอง ผู้คนก็ไหลมาเทมา จนแทบจะหลีกกันไม่พ้น เมื่อลงถึงลานจอดรถก็ต้องร้องโอ้โฮ..! เพราะว่าเฉพาะรถบัส ๔๐ ที่นั่งก็เกิน ๒๐ คันไปแล้ว ไหนจะรถส่วนตัวอีกไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร พวกเราเข้าห้องน้ำกันแล้วจึงมาขึ้นรถ
เมื่อขับออกมาจ่ายค่าจอดรถ ๒,๐๐๐ เยน เขามีป้ายขึ้นว่า "ลานจอดรถเต็ม" แปลว่าพวกเราโชคดีที่พักอยู่ในหมู่บ้านนี้ บรรดาผู้ที่พักอยู่เมืองทากายามะเพิ่งเดินทางมาถึงก็ดี กำลังเดินทางเข้ามาสวนกับเราหลายต่อหลายสิบคันก็ตาม คงจะต้องวนหาที่จอดรถกันอีกนานทีเดียว ในขณะที่เดินชมหมู่บ้านอยู่นั้น มีแต่เสียงภาษาไทย ซ้ำบริเวณลานจอดรถยังมีป้ายภาษาไทยบอกอีกด้วยว่า "ลานจอดรถปิด ๑๗.๐๐ น. กรุณานำรถของท่านออกก่อนเวลาปิดด้วย"
พวกเราวิ่งย้อนเส้นทางของเมื่อวานนี้ กลับออกไปทางเมืองทากายามะ จนมาถึงลานจอดรถฮิรุกาโนะ ก็แวะเข้าห้องน้ำแล้วก็ฉันอาหารเพลกัน ขณะที่ใกล้จะอิ่ม ผู้คนที่เพิ่งจะชมหมู่บ้านเสร็จก็ไหลมาเทมา แต่ว่าพวกเราออกเดินทางต่อกันไปแล้ว..! เมื่อย้อนเส้นทางกลับมาในระยะทางที่ค่อนข้างจะยาว
กระผม/อาตมภาพถามว่า "เราจะไปไหนกันแน่ ?" เพราะว่ากำลังย้อนเส้นทางเมื่อวานกลับไปยังเมืองทากายามะชัด ๆ ด้วยความที่เป็นคนจำทางแม่นนั่นเอง แต่เมื่อเลยบริเวณพื้นที่น้ำเหนือเขื่อนไปแล้ว ก็เลี้ยววนขวาขึ้นทางด่วน มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่เขาตั้งใจกันเอาไว้ จนกระทั่งมาถึงในบริเวณที่จอดรถอีกแห่งหนึ่ง โดยที่พวกเราผ่านปราสาทสวยงามแห่งหนึ่ง ที่หาข้อมูลแล้วชื่อว่า "ปราสาทคัตสึยามะ" แต่ว่าเขาปิดปรับปรุง จะไปเปิดเอาช่วงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์โน่น พวกเราจึงต้องวิ่งเลยไป
จนกระทั่งมาถึงบริเวณวัดแห่งหนึ่ง ซึ่งเขาเรียกภาษาชาวบ้านว่า "วัดหลวงพ่อโต" แต่ว่าชื่อเป็นทางการก็คือ "วัดเอจิเซ็น" เข้าไปกราบสักการะ "หลวงพ่อพระไวโรจนะ" ซึ่งตามความเชื่อของมหายานก็คือ "พระธยานิพุทธะ" ซึ่งเกิดจากกำลังฌานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็น "อาทิพุทธะ" หรือว่า "องค์ต้นธาตุต้นธรรม" อีกส่วนหนึ่งยังแบ่งภาคลงมาเกิดเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลกมนุษย์ เรียกว่า "มานุษีพุทธะ" อย่างเช่นพระสมณโคดม เป็นต้น
เข้าไปถึง สิ่งแรกที่เห็นก็คือพระพุทธรูปวางเรียงรายอยู่กับพื้นทั้งสองข้างทางเดิน กระผม/อาตมภาพเห็นแล้วไม่สบายใจเลย ถ้าเป็นกระผม/อาตมภาพอย่างน้อยก็ต้องยกฐานขึ้นมาสักศอกสักคืบ เป็นต้น
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 24-02-2026 เมื่อ 01:43
|