จากนั้นพวกเราก็วิ่งต่อมายังลานจอดรถแห่งหนึ่ง เพื่อที่จะเข้าไปยังวัดไดโอจิ แต่ว่าเป็นลานของเอกชนที่มีบุคคลเช่าที่จอดเต็มหมดแล้ว ต่อให้ว่างอยู่ เราก็เข้าไปจอดไม่ได้ ยังโชคดีที่ "มัคคุเทศก์พิเศษ" ของเรา ชี้ไปยังสถานที่ว่างสำหรับจอดรถได้ ๓ คัน ไม่ทราบว่าเป็นของมูลนิธิอะไรเพราะว่าฟังไม่ถนัด ให้เข้าไปจอดตรงที่นั้นได้ ต้องงัดข้อกันว่า "จะจอดได้จริงหรือ ?" เพราะว่าอยู่ในลานจอดนี้เหมือนกัน อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิหยุดทำงาน" พวกเราจึงจอดฟรี ไม่ต้องเสียเงิน..!
เมื่อเข้าไปใน "วัดไดโอจิ"แล้ว ทางที่เราเข้านั้นเป็นประตูเล็กด้านข้าง มีรูปเศียรพระพุทธรูปอยู่เศียรหนึ่ง ไม่ว่าเราจะเดินไปทางด้านไหน ท่านก็หันมองตามโดยตลอด จนไม่สามารถที่จะถ่ายภาพนิ่งได้ชัดเจน จึงต้องถ่ายเป็นวิดีโอไปแทน เข้าไปข้างในมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งเก่าแก่มาก ตั้งอยู่กลางแจ้ง ได้ยินว่าสร้างเพื่อขับไล่โรคระบาดในสมัยนั้น และ,องกันไม่ให้โรคกำเริบอีกต่อไป อยู่ในลักษณะของ "พระนิรโรคันตราย" กระผม/อาตมภาพจึงกราบสักการะ ถวายปัจจัยไป ๕๐๐ เยน ขอฝากโรคทั้งหลายไว้กับท่านด้วย..!
พวกเราเดินชมสถานที่และถ่ายรูปกันจนพอใจแล้ว ก็วิ่งต่อไปอีกไม่ไกล ผ่านถนนสองสาย ซึ่งเขารักษาบ้านเมืองเก่า ๆ สมัยเอโดะเอาไว้ จัดให้เป็นถนนคนเดิน แต่ว่าเราไม่ได้แวะ มาแวะจอดที่ลานจอดรถ ใกล้จวนอดีตเจ้าเมืองฮิดะ หรือว่าเมืองทากายามะในปัจจุบันนี้ ซึ่งเจ้าเมืองแห่งนี้ขึ้นตรงกับรัฐบาลเอโดะ มีหน้าที่ในการปกครองพื้นที่ เก็บภาษี ว่าความ ตลอดจนกระทั่งจัดการเรื่องการเงินการคลัง สถานที่กว้างขวางใหญ่โตทีเดียว เขาจัดให้พวกเราเดินวนดูอยู่ทางด้านใน สิ่งต่าง ๆ ที่แสดงอยู่นั้นก็คือความเป็นอยู่ในสมัยเอโดะนั่นเอง
พวกเราเดินดูกันอยู่นาน กว่าที่จะครบครันทุกห้อง ออกมาถ่ายรูปหมู่กันแล้ว คราวนี้ก็วิ่งยาวไปยังบ้านชิราคาวาโกะ หรือหมู่บ้านหิมะนั่นเอง ต้องเข้าอุโมงค์ไปครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะก่อนถึงหมู่บ้านนั้นเป็นอุโมงค์ยาวถึง ๑๗ กิโลเมตร..! เมื่อโผล่ออกมาทางด้านนอก มีแต่หิมะขาวโพลนไปหมด พวกเราเลี้ยวขวาแล้วเห็นมีทางอยู่แทบจะกึ่งกลางภูเขา..! นึกว่าต้องขึ้นไปแต่ไม่ใช่ เนื่องเพราะว่าวิ่งมาถึงสามแยกไฟแดง ก็เห็นโรงแรมที่พักของเราอยู่ตรงหน้าแล้ว ชื่อว่า "โรงแรม Onyado Yui no Sho"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:09
|