วันนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Sotetsu Hotels จังหวัดนากาโนะ อยู่ที่ ๑ องศาเซลเซียส ไม่ถือว่าหนาว
หลังจากที่ภาวนาจนครบชุดแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ไปล้างหน้าแต่งตัว จัดเก็บข้าวของทุกอย่างจนเรียบร้อย แล้วมาทำการตรวจแก้ไขบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ซึ่งบางคำที่กระผม/อาตมภาพพูดไปนั้น บางทีผู้ถอดเสียงก็อาจจะเข้าใจผิดและถอดเสียงออกมาผิด จึงต้องแก้ไขกันอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นมีอยู่ครั้งหนึ่ง กระผม/อาตมภาพพูดคำว่า "พาสเวิร์ด" ปรากฏว่าผู้ถอดเสียงถอดออกมาเป็น "พระสวด" จึงทำให้ต้องคอยระมัดระวังแก้ไขอยู่ตลอดเวลา และสำนวนบางอย่าง ถ้าอ่านแล้วไม่รื่นหูรื่นตา ก็อาจจะต้องมีการตัดออกบ้าง
จนกระทั่งได้เวลา ๖ โมงครึ่ง พวกเราก็ลงไปที่ห้องอาหารชั้น ๕ ซึ่งกระผม/อาตมภาพหอบกระเป๋าลงมาเลย เพราะว่ามีกระเป๋าถือเพียงใบเดียว ส่งบัตรให้กับเจ้าหน้าที่ห้องอาหารแล้ว ก็เข้าไปตักอาหารบุฟเฟ่ต์ได้ตามใจตัวเอง ในลักษณะแบบนี้ เราจะฉันอะไรก็เลือกเอาเองตามสบาย
เมื่ออิ่มแล้วก็มาทำการเช็คเอาท์กับเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งมีให้เลือกทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น จึงไม่ลำบาก แค่กดคำว่าภาษาอังกฤษและกดคำว่าเช็คเอาท์ จากนั้นก็สอดบัตรเข้าไปในช่อง เครื่องจะรับไปตรวจสอบโดยอัตโนมัติ แล้วก็แจ้งเราว่าเช็คเอาท์ให้เรียบร้อยแล้ว เราก็แค่กด OK เท่านั้นเอง
จากนั้นพวกเราก็มาขึ้นรถ วิ่งตรงไปยัง "วัดเซ็นโคจิ" ที่ห่างออกไปแค่ ๙ นาทีเท่านั้น เมื่อจอดรถเรียบร้อยแล้ว เดินเข้าไปข้างในก็ต้องร้องโอ้โฮ..! เนื่องเพราะว่ามหาวิหารหลังใหญ่มหึมาและสร้างจากไม้ทั้งสิ้น เห็นแล้วก็ยังทึ่งว่าคนโบราณทำไมมีความพากเพียรขนาดนี้ ? แถมยังก่อสร้างได้สวยงามอลังการอีกด้วย
"คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) งวดนี้มีหน้าที่ไปจ่ายเงินค่าตั๋วการเข้าชมทุกแห่ง ซึ่งมีหลายคนบ่นว่า "มากับหลวงพ่อ คุณนายโยยอมให้เข้าทุกที่ ถ้ามากันเอง บางทีแม่เจ้าประคุณบอกว่าเปลืองตังค์..! ให้เดินดูแต่ข้างนอกเท่านั้น" "กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วยังหัวเราะ..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:39
|