ดูแบบคำตอบเดียว
  #6  
เก่า วันนี้, 00:00
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,906
ได้ให้อนุโมทนา: 161,232
ได้รับอนุโมทนา 4,532,459 ครั้ง ใน 37,522 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

พวกเรามาถ่ายรูปหมู่กันตรงมุมด้านนอกนี้ก่อน จากนั้นก็รีบเดินกลับไปยังสถานที่จอดรถ เนื่องเพราะว่าเป็นเวลา ๑๑ โมงกว่าแล้ว แต่เจ้ากรรมเถอะ..เมื่อวิ่งไปถึงร้านอาหารแล้ว ปรากฏว่าเต็ม ไม่มีที่นั่งเหลือให้..! กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ไม่เป็นไร รอได้ยันเที่ยง..!" พวกเราจึงวิ่งต่อออกมาอีกเกือบ ๓๐ นาที จึงมาถึงสถานที่พักรถแห่งหนึ่ง ซึ่งมีทั้งร้านอาหาร ห้องน้ำห้องท่า และร้านขายของที่ระลึก แล้วก็เหมือนเคยคือ ทุกคนสั่งโน่นสั่งนี่มาเยอะแยะไปหมด..!

กระผม/อาตมภาพรับเอาข้าวสวยกับผัดถั่วงอกแล้วก็ซุปมิโซะมาฉัน ขณะที่คนอื่นพยายามส่งโน่นส่งนี่มาให้ชิม ถ้าหากว่ามีไม้อยู่ใกล้ ๆ คงได้ฟาดกบาลไปแล้ว..! ทำอย่างกับว่าพระจะสนุกกับการชิมได้อย่างนั้นแหละ..!

เมื่ออิ่มแล้ว พวกเรากลับมาขึ้นรถเดินทางต่อไป ได้ยินว่าจุดมุ่งหมายคืนนี้คือเมืองนากาโนะ จะไปดูบ่อน้ำพุร้อนที่มีลิงลงไปแช่ออนเซ็น กระผม/อาตมภาพกำลังส่งงานอยู่ พลขับก็คือ "ตากล้องเอ๋" บอกว่า "นิมนต์หลวงพ่อพักสายตาสักหน่อยครับ เพราะว่าพวกเราเดินทางกันมาเกือบทั้งวันแล้ว"

กระผม/อาตมภาพเพิ่งจะหลับตาภาวนา เสียง "ตากล้องเอ๋" ก็บอกว่า "ถึงที่พักให้เข้าห้องน้ำแล้วครับ" ลืมตาขึ้นมา ถึงได้รู้ว่าเวลาชั่วพริบตาเดียวนั้นผ่านไปชั่วโมงกว่า.." เมื่อเข้าไปยังสถานที่พักรถ เข้าห้องน้ำแล้วก็ไปเดินดูสินค้าของเขา เห็นส่วนใหญ่ ๘๐ - ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นขนมทั้งสิ้น ยังสงสัยอยู่ว่าคนญี่ปุ่นกินขนมหนักขนาดนี้ ทำไมไม่เป็นเบาหวานกับเขาบ้าง ?

เมื่อเสร็จจากธุระแล้ว ก็เดินทางต่อไป แต่คราวนี้ตรงเข้าตัวเมืองนากาโนะ แล้วไม่ได้เข้าที่พักรถ หากแต่ว่ามายังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องกีฬาต่าง ๆ โดยที่มีบุคคลในคณะบอกว่า "โดนรองเท้ากัด มาหาซื้อรองเท้าใหม่..!" เมื่อเข้าไปถึง คนโน้นก็ลองคนนี้ก็ลอง ท้ายที่สุด เอามาให้กระผม/อาตมภาพลองด้วย แล้วกลายเป็นว่าซื้อถวายหลวงพ่อ ๑ คู่..!

กระผม/อาตมภาพได้แต่เซ็งอยู่ในใจ เหตุเพราะว่าเป็นคนไม่ชอบให้มีอะไรเป็นเครื่องถ่วงตัวเอง ทรัพย์สมบัติต่าง ๆ พยายามให้มีน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ถ้าของเก่ายังมีอยู่ ก็จะไม่ใช้ของใหม่ ดังนั้น..บุคคลที่มางี่เง่าบอกว่า "ให้ใช้ของใหม่เลย ให้ใช้ของใหม่เลย" กระผม/อาตมภาพเกือบจะเอารองเท้าโขกหัวไปแล้ว..! บอกว่า "ใครซื้อมาก็รับผิดชอบแบกกลับไปด้วย..!"

เมื่อออกจากร้านค้าแล้ว พวกเราก็วิ่งไปยังโรงแรมชื่อว่า Sotetsu Hotels ซึ่งเป็นตึกแถว แต่ว่าอยู่ชั้นที่ ๕ ของตึก พวกเราต้องจอดรถกันบริเวณที่จอดของรถประจำทาง รีบขนข้าวของลงไปขึ้นลิฟท์ไปยังล็อบบี้ชั้นที่ ๕ เมื่อทำการรับห้องพักมาแล้ว ยังต้องขึ้นลิฟท์ต่อไปยังชั้นที่ ๘ อีกต่างหาก..! โดยที่กุญแจห้องนั้น มีซองกุญแจพิมพ์ชื่อฉายาของกระผม/อาตมภาพไว้อย่างชัดเจน ประมาณว่าเปลี่ยนตัวก็ไม่ได้ด้วย..!

กระผม/อาตมภาพเข้าห้องแล้ว สิ่งแรกที่ทำก็คือเปิดน้ำร้อนเสียก่อน ปรากฏว่าที่นี่ล็อกเอาไว้ที่ ๔๐ องศาเซลเซียสตามเคย ไม่เหมือนกับเมื่อวานนี้ที่ปล่อยออกมาร้อนฉ่าจนแทบสะดุ้ง ในเมื่อน้ำไม่ค่อยจะร้อน จึงต้องแช่กันนานหน่อย พร้อมกับส่งงานไปด้วย เสร็จจากการอาบน้ำอาบท่าแล้วจึงมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน ได้ยินว่าที่เมืองนี้อากาศจะไม่หนาวมาก ดังนั้น..ก็ไม่น่าที่จะต้องประเดประดังเครื่องกันหนาวเข้าไปเต็มที่เหมือนกับเมื่อเช้านี้

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 21 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา