พวกเราเดินเลาะกำแพงยาวเหยียดเข้าไปถึงซุ้มประตูหลัก ซึ่งมีรูปปั้นของ "ท่านปู่เทพอสุนีบาต" อยู่ด้วย บรรดาผู้ร่วมทางบอกว่านี่คือ "เทพเจ้าธอร์เวอร์ชั่นญี่ปุ่น" กระผม/อาตมภาพเองขำก็ขำ เสียง "ท่านนายพล" บอกว่า "พูดเล่นไปเรื่อย เดี๋ยวก็โดนฟ้าผ่าจริง ๆ..!" เนื่องเพราะว่าปัจจุบันนี้ ผู้ที่รับหน้าที่เทพอสุนีบาตของเรา ถ้าเป็นภาคไทยก็คือ "ท่านปู่พระอินทร์" นั่นเอง ไม่ทราบเหมือนกันว่าบรรดาผู้รู้ของเชื้อชาติต่าง ๆ เขารู้ได้อย่างไร ? จึงมี "เทพเจ้าซุส" มีเทพเจ้าต่าง ๆ ที่ถือสายฟ้าเป็นอาวุธ แม้กระทั่ง "เหล่ยกง" ของจีน แปลว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้น สามารถสัมผัสสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้เช่นกัน
เมื่อพวกเราเดินเข้าไปด้านใน ปรากฏว่าที่บางแห่งก็ยังไม่เปิด จึงต้องเลาะซ้ายผ่านตลอดเข้าไปเสียก่อน บริเวณนี้มีชื่อว่า "วัดรินโนจิ" กระผม/อาตมภาพก็ยังสงสัยว่า วัดภายในนี้ทำไมชื่อเหมือน ๆ กันหมด ? เมื่อเข้าไปถึงด้านใน ต้องขึ้นบันไดไปหลายช่วง ทำเอาบางคนออกอาการท้อ ประมาณว่า "จ่ายเงินไม่เป็นไร แต่อย่าให้ขึ้นที่สูงได้หรือไม่ ?"
ทางด้านนี้มีตำหนักที่ปัจจุบันทำเป็นสถานที่สวดมนต์หรือพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีหน้าตาสวยงามเลยทีเดียว เพียงแต่ว่าภายในตำหนักหลักด้านนี้นั้นห้ามถ่ายรูป แต่ว่า "องครักษ์พิเศษ" นั้นไม่ทราบเหมือนกันว่าทำท่าไหน ? จึงลากเอาผู้ดูแลไปเก็บข้าวของเสียงกุกกักอยู่หลังฉาก ปล่อยให้กระผม/อาตมภาพถ่ายรูปจนทั่วแล้วถึงได้ปล่อยผู้ดูแลออกมา ถามพวกเราว่า "จะซื้อหาอะไรบ้าง ?"
พวกเราดูแล้ว สินค้าที่ระลึกเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นวัตถุมงคลประเภทที่ให้มีความสุข ให้มีความสงบร่มเย็น ให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง แถมยังมีการกำหนดเวลาเอาไว้ด้วย อย่างเช่นว่ามีอายุ ๗ วัน มีอายุ ๑ ปี กระผม/อาตมภาพนั้นเสกวัตถุมงคลแล้วไม่ได้กำหนดอายุไว้ กลายเป็นว่าอยู่ได้ตลอดปีตลอดชาติ..!
เมื่อเดินออกมาด้านนอก จึงพยายามถ่ายรูปซอกมุมต่าง ๆ ที่คนส่วนหนึ่งก็มองไม่เห็น อย่างเช่นว่าภายใต้ตำหนักบริเวณโคนเสา เป็นต้น จนกระทั่งออกมาถึงทางด้านนอกก็มาเจอศาลาอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่มีป้ายห้ามถ่ายรูป แต่ว่าสถานที่บูชานั้น ผนึกเป็นปึกแผ่นแน่นหนาเลยทีเดียว..! แต่ก็ไม่เกินความสามารถที่กระผม/อาตมภาพจะถ่ายรูปไปได้ แล้วก็มีการบูชาธูปเทียนมาจุดถวายเป็นพุทธบูชาและหยอดตู้ทำบุญกัน
จากนั้นก็ฉีกออกทางด้านขวามือ ซึ่งตอนแรกยังไม่เปิด ตรงส่วนด้านนี้เป็นศาลเจ้า เมื่อข้ามเสาโทริเข้าไปแล้ว ก็จะมีกระต่ายสีทองถือลูกแก้วลาพิสลาซูรีอยู่ด้วย เมื่อถามว่า "ขอได้หรือไม่ ?" เจ้ากระต่ายใจดีบอกว่า "ได้" อีกด้วย..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:39
|