เมื่อไปถึงปรากฏว่าเหลือเวลาไม่มากเช่นเคย พวกเรารีบซื้อตั๋ว แล้วนั่งลิฟท์ลงไปลึกถึง ๑๐๐ เมตร..! ครั้นลงไปแล้วยังต้องเดินตามอุโมงค์ออกไปจนถึงริมหน้าผาน้ำตก ซึ่งน้ำตกนั้นมีทั้งสายใหญ่ด้านขวามือและสายใหญ่ทางด้านซ้ายมือ ทางด้านขวามือนั้นเป็นหน้าผาที่ลดหลั่นเป็นชั้น ๆ น้ำตกด้านนี้จึงมีชื่อเสียงมากกว่าทางขวามือซึ่งพุ่งเป็นลำลงไปเส้นเดียว ครั้นพวกเราถ่ายรูปแล้ว คุณนายโยบอกว่า "มาสามครั้งแล้วไม่เคยได้รูปน้ำตกตอนกำลังไหลแบบนี้สักที มาทีไรก็กลายเป็นน้ำแข็งไปหมด" นับว่าครั้งนี้สมปรารถนาแล้ว
เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้ว กระผม/อาตมภาพและทุกคนเดินย้อนขึ้นมา เขากำลังจะปิดร้านค้า พวกเราทำท่าไม่เข้าใจ เดินเปิดประตูเข้าไปเพื่อดูของที่ระลึก แต่เจ้าของร้านไม่เกรงใจ คุณจะอยู่ข้างในก็อยู่ไป ดึงประตูปิดลงมาทีละบาน..ทีละบาน เท่ากับว่าพวกเราโดน "ไล่แขก" โดยปริยาย..!
ครั้นออกมาทางด้านนอก หยอดตู้จ่ายค่าจอดรถไป ๕๐๐ เยน แล้วเห็นว่ามีแสงแดดเสียนี่ จึงตั้งใจวิ่งตรงไปยังทะเลสาบ Yuno (Yuyu) ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากนัก เนื่องเพราะว่าถ้าหากวันนี้ไม่มาก็ต้องมาพรุ่งนี้ ในเมื่อพรุ่งนี้กว่าแดดจะขึ้น ก็ไม่หนี ๙ โมงกว่าอีกตามเคย ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราเห็นว่ายังมีแดด จึงวิ่งมาทีเดียวเลย
ครั้นเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถที่มีหิมะกองเกะกะ ลงจากรถแล้วลมแรงมาก อากาศอยู่ที่ ๐ องศาเซลเซียส หนาวจนมือไม้ชาไปหมด..! ต้องรีบหามุมถ่ายรูปกันเป็นการใหญ่ แล้วค่อยย้อนกลับออกมา ปรากฏว่าพวกเราใช้เวลาอยู่ในลานจอดรถน้อยเกินไป เครื่องอัตโนมัติก็เลยไม่คิดเงิน..!
พวกเราวิ่งต่อมา เป็นระยะทาง ๗๕๐ เมตรเท่านั้น อยู่ในลักษณะวนรอบทะเลสาบ เพื่อมายังโรงแรมที่พักคืนนี้ ซึ่งก็คือ โรงแรม Yutorelo Nikko เมื่อมาถึง พวกเราเข้าไปข้างใน รู้สึกว่าตัวละลายออกมาหน่อยหนึ่ง เพราะว่ามีฮีตเตอร์เครื่องใหญ่อยู่ ทำการเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ห้องพักของกระผม/อาตมภาพนั้น ไม่สามารถที่จะอุดอ่างอาบน้ำเพื่อแช่น้ำร้อนได้ ญาติโยมจึงพร้อมใจกันเปลี่ยนห้องให้
เมื่อเข้ามายังห้องพักใหม่ ทั้งฮีตเตอร์และน้ำร้อนที่เปิดไว้ ทำให้ห้องอบอุ่นเป็นพิเศษ จึงได้รีบทำการแช่น้ำเพื่อขับไล่ความเย็นที่โดนมาทั้งวันเสียก่อน ออกจากห้องน้ำมา อากาศก็อยู่ที่ -๑ องศาเซลเซียส และ -๒ องศาเซลเซียสภายในเวลาอันรวดเร็ว กระผม/อาตมภาพจึงมาส่งงานทางไลน์และบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เสร็จแล้วคาดว่าคงจะสลบไสลแน่นอน เนื่องเพราะว่าเหนื่อยมาทั้งวัน..!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 03:28
|