เมื่อทุกคนได้ข้าวของที่ตนเองต้องการแล้ว เราก็วนรถมาเติมน้ำมัน ต้องบอกว่ารถยนต์รุ่นนี้ของญี่ปุ่น กินน้ำมันค่อนข้างจะประหยัด วิ่งมาเกือบสองวันเต็มเพิ่งจะเติมน้ำมันกันตอนนี้เอง บรรดาคุณลุงที่เป็นเด็กปั๊มนั้นเคร่งครัดมาก ใครเลี้ยวเข้ามาก่อนต้องได้เติมก่อน พวกเราจึงต้องรอจนกระทั่งรถ ๖ ล้อที่ปาดหน้าเราไปนั้นเติมจนเต็มแล้วถึงได้เข้าไป
คุณลุงเอาปลอกมาสวมที่กระจกมองข้าง อยู่ในลักษณะที่ว่า ถ้าเติมยังไม่เต็ม จ่ายเงินยังไม่เสร็จ ไม่เอาออกให้ ซึ่งถ้าเป็นเมืองไทยก็ไม่เห็นจะมีปัญหา วิ่งไปก็ดึงออกเองได้ แต่คนญี่ปุ่นนั้นซื่อสัตย์มาก จึงได้จ่ายเงินจนเรียบร้อย แม้ว่าจะเป็นการรูดบัตรก็สามารถทำได้อย่างสะดวก
แล้วพวกเราก็ออกวิ่งต่อไปจนเกือบ ๒ ชั่วโมง จึงแวะเข้าที่พักลานจอดรถซาโนะ เข้าห้องน้ำห้องท่า ซื้อหาข้าวของกัน เนื่องเพราะทุกคนบอกต่อ ๆ กันว่า แต่ละเมืองนั้นข้าวของไม่เหมือนกัน แล้วก็ไม่เหมือนกันจริง ๆ เสียด้วย ไม่เหมือนกับบ้านเราเมืองเรา เข้าร้านไหนข้าวของหน้าตาเหมือนกันหมด จัดอยู่มุมเดียวกันหมดอีกต่างหาก..!
เมื่อทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็วิ่งต่อไปจนกระทั่งมาถึงสถานที่สำคัญ ซึ่งเรียกเป็นภาษาชาวบ้านว่า "สะพานแดง" ซึ่งชื่อจริงก็คือ "สะพานชินเคียว" ที่ปัจจุบันนี้ปิดอยู่ ไม่ให้ใช้งาน แต่ว่าในสมัยก่อนนั้นเป็นสะพานเชื่อมสองฝั่ง เพื่อข้ามแม่น้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ประวัติว่าเจ้าป่าซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นท่านท้าววิรูปักษ์ ทนการอ้อนวอนของพระภิกษุไม่ไหว จึงได้ปล่อยงูคู่ใจสองตัวทอดข้ามแม่น้ำมา เพื่อรับผู้มีจิตศรัทธาข้ามไปสร้างวัดที่ฝั่งตรงข้าม ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทุกคนเกิดความศรัทธว่าเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยเหลือ จึงช่วยกันสร้างสะพานแดงนี้ขึ้นมา แม้ว่าปัจจุบันนี้มีสะพานคอนกรีตแล้ว เขาก็ยังบูรณะปรับปรุงสะพานแดงเอาไว้จนแข็งแรงให้นักท่องเที่ยวได้ชมกันอยู่
พวกเรามาถึงแบบหวุดหวิด เพราะว่าเหลือเวลาอีก ๒๐ นาทีก็จะปิดแล้ว..! จึงรีบซื้อตั๋วเข้าไปข้างใน ความจริงยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่ว่าทุกคนประหยัดค่าตั๋วคนละ ๓๐๐ เยน ไม่ยอมซื้อตั๋ว แต่ว่ายืนถ่ายรูปอยู่บนถนนทางด้านนอก จึงกลายเป็นว่าพวกเราทั้งคณะเป็นเจ้าของสะพานแดงไปโดยปริยาย เมื่อถ่ายรูปจนทั่วถึงแล้ว กลับออกมา คนขายตั๋วก็จัดแจงปิดทางเข้าสะพานทันที นับว่าหวุดหวิดหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่ง..!
เมื่อเข้าห้องน้ำห้องท่ากันแล้ว พวกเราก็วิ่งข้ามสะพานใหม่ วิ่งเลยสะพานแดงขึ้นเขาไป ข้างบนนี้หิมะตกค่อนข้างที่จะหนักมาก คาดว่าเมื่อคืนคงจะกระหน่ำลงมาอย่างหนัก จนบัดนี้ก็ยังละลายไม่หมด ทางขึ้นเขาคดเคี้ยวยิ่งกว่างูเลื้อย ขึ้นไปจนกระทั่งถึงสถานที่สำคัญ คือ "น้ำตกเคกง" หรือ "เคงง" ซึ่งออกเสียงยากมาก
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 16:40
|