เมื่อมากันครบแล้ว พวกเราก็ยังต้องไปหาห้องน้ำเพื่อที่จะชำระสะสางตัวเอง เมื่อไปถึงหน้าห้องน้ำ ปรากฏว่า "เถ้าแก่จิ๊บ" (นายอรรถสิทธิ์ พึ่งอุตสาหะ) ที่ตัดสินใจช้า คิดว่าการตามหลวงพ่อไปครั้งนี้ ถ้าสิ้นชีวิตลงไปด้วยความเจ็บไข้ได้ป่วย อย่างน้อย ๆ ก็จะมีภาพหลวงพ่อเป็นอนุสติบ้าง กว่าจะตัดสินใจได้ ตั๋วเครื่องบินเที่ยวนี้ก็หมดไปแล้ว..!
เมื่อจองตั๋วเที่ยวใหม่ กลายเป็นว่ามาถึงญี่ปุ่นก่อนพวกเรา เลยทำตัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการมาจองห้องอาบน้ำให้ก่อน แต่ผู้คนที่รู้ก็มาจองห้องอาบน้ำกันเยอะแยะ จึงต้องรอกันอยู่พักใหญ่ กว่าที่จะถึงคิว กระผม/อาตมภาพที่ถนัด "หมก" มาตลอด จึงสละสิทธิ์ให้คนอื่นได้อาบน้ำอาบท่ากัน
ส่วนทางด้านตากล้องเอ๋ กับ "เสี่ยกัง" (นายนิพนธ์ แซ่กัง) เดินทางไปรับรถยนต์ที่จองไว้ แต่ด้วยความที่เครื่องของเราเสียเวลาไปเกือบ ๕๐ นาที ทำให้เลยคิวไปแล้ว ในขณะเดียวกันก็มีนักท่องเที่ยวเกาหลีไปเช่ารถแบบพวกเรากันเยอะมาก กว่าที่รถจะมาถึงจึงเสียเวลาไปเกือบชั่วโมง ครั้นรถมาถึงแล้ว ปรากฏว่าเป็น Toyota Alphard สีขาวสองคัน ซึ่งตากล้องเอ๋ขับคันหนึ่ง แล้ว "เสี่ยกัง" กับ "เสี่ยโอ" (นายอุดมศักดิ์ จิระบัณฑิต) ซึ่งคนญี่ปุ่นอ่านชื่อ "อุดมศักดิ์" เป็น "อูด้งซัง" ให้พวกเราหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็งมาแล้ว..!
ออกจากสนามบินได้ก็วิ่งตรงไปยังวัดปากน้ำญี่ปุ่น ซึ่งเป็นวัดไทยที่สร้างเอาไว้น่าจะประมาณอยู่ในป่าในดงก็ว่าได้ เพราะว่าหนทางแม้จะอยู่แค่ประมาณ ๒๐ นาทีจากสนามบิน แต่ก็ลดเลี้ยวเคี้ยวคดเข้าไป ประมาณว่าบ้านนอกสุด ๆ แต่ว่าสามารถสร้างวัดได้ใหญ่โตโอ่อ่าน่าชื่นใจทีเดียว พวกเราเข้าไปกราบสักการะพระประธาน และรูปปั้นหลวงปู่สด - พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) วัดปากน้ำภาษีเจริญ
หลังจากที่ถวายเครื่องสักการะและทำบุญกันแล้ว พวกเราก็ออกจากวัดปากน้ำญี่ปุ่น ตรงไปยังที่พักรถ ซึ่งแทนที่จะไปห้องอาหารแต่ว่าไปที่พักรถ ก็เพราะว่าที่พักรถทุกแห่งนั้นมีร้านอาหารต่าง ๆ และร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้วย สามารถที่จะเข้าไปสั่งอาหารได้สะดวก ไม่ต้องรอนานแบบร้านอาหารทั่วไป
หลังจากที่ถมท้องของตนเองเต็มแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางต่อ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่ได้ตั้งใจเอาไว้ โดยที่ต้องวิ่งย้อนเข้าไปในตัวเมืองโตเกียว ซึ่งรถราค่อนข้างจะติดสาหัส ข้ามเมืองออกไปยังเมืองมิอุระเพื่อไปยังถนนดอกซากุระ ใช้เวลาเดินทางเกือบ ๒ ชั่วโมง แต่ไปถึงแล้วคุ้มค่าสุด ๆ เนื่องเพราะว่าเขามีถนนที่ปลูกต้นซากุระยาวเหยียดเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว และกำลังออกดอกสะพรั่งไปหมด
แถมยังมีต้นหัวไชเท้า ออกดอกสีเหลืองอร่ามอยู่ข้างล่างคอยตัดให้อีกสีหนึ่ง น่าเสียดายที่ว่ากลิ่นหัวไชเท้าค่อนข้างจะฉุนไปหน่อย ไม่เช่นนั้นแล้วคงจะได้สุนทรียภาพยิ่งกว่านี้อีกมาก ไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม ล้วนแล้วแต่มีผู้สูงอายุ เป็นอาสาสมัครจราจรบ้าง เป็นอาสาสมัครเวรยามบ้าง ช่วยกันดูแลสถานที่อย่างเข้มแข็ง ดูแล้วน่าชื่นใจ
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-02-2026 เมื่อ 01:11
|