แต่พอภาวนาไปได้ไม่นาน พอหูเริ่มได้ยินเสียง ก็ได้ยินบรรดาเจ้าหน้าที่เขาเริ่มเตรียมข้าวของที่จะเสิร์ฟให้กับผู้โดยสารแล้ว จึงต้องปรับเก้าอี้นั่งขึ้นมา เจ้าหน้าที่รีบเข้ามาเปิดโต๊ะหน้าที่นั่ง แล้วก็ปูผ้ารอเอาไว้ สักครู่ใหญ่ก็นำข้าวต้มที่กระผม/อาตมภาพคิดว่าเป็นข้าวสวยมาถวาย แต่ความจริงแล้วเป็นข้าวต้มที่เขาแยกน้ำ แยกเนื้อ แยกเครื่องปรุงมาต่างหาก ยังโชคดีที่พอเดาถูก จึงเททุกอย่างรวมกันแล้วก็ฉันจนหมด
ในขณะที่ "ตากล้องเอ๋" (นายสุรชาติ บุญเจริญ) หอบเอาข้าวกล่องและหมูทอดมาให้ บอกว่า "คุณนายโย" (นางสาวทัศน์วรรณ พิพัฒน์รังสรรค์) ซึ่งเคยเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดกับท่านเจ้าคุณหลวงตาวัชรชัย (พระราชภาวนาพัชรญาณ วิ.) เจ้าอาวาสวัดเขาวง (ถ้ำนารายณ์) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี พกมาเผื่อทุกคน
แต่กระผม/อาตมภาพกวาดทุกอย่างของทางการบินไทยลงท้อง เป็นอันว่าหมดสภาพ ไม่สามารถที่จะฉันอย่างอื่นต่อไปได้ สะกิดให้เจ้าหน้าที่เก็บข้าวของทุกอย่างคืนไป ส่วนตนเองก็ไปเข้าห้องน้ำแล้วรอเวลา ยังสงสัยว่าพ่อเจ้าประคุณเจ้าของที่ประเทศญี่ปุ่นทำอีท่าไหน เครื่องของเราถึงมาช้าไปเกือบ ๕๐ นาที พอเจอหน้ายังไม่ทันจะต่อว่า อีกฝ่ายหนึ่งก็ชิงปิดปากเสียก่อน บอกว่า "ถ้าเป็นเวลานี้แล้วทุกอย่างจะสะดวกครับ" ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเชื่อ ถามว่า "จะให้เรียกท่านนายกหรือท่านนายพล" อีกฝ่ายบอกว่า "ในเมื่อเป็นทหารด้วยกันจะเรียกท่านนายพลก็ได้"
จากนั้นพวกเราก็ลงเครื่องที่สนามบินนานาชาตินาริตะ ซึ่งคุณนายปุ๊กย้ำนักย้ำหนาว่า พรรคพวกเพิ่งจะแจ้งมาว่า ตม.นาริตะงี่เง่ามาก มีโอกาสที่จะติดอยู่นานทีเดียว กระผม/อาตมภาพเองเดินดุ่ย ๆ ตามพ่อเจ้าประคุณองครักษ์พิเศษไป เข้าห้องน้ำแล้วก็รีบเดินต่อจนกระทั่งมาถึงบริเวณ ตม. เห็นมีเจ้าหน้าที่ค่อนข้างจะสูงอายุจำนวนมาก คอยถือป้ายถามว่าเป็น Visitor หรือเปล่า ? แล้วก็ชี้ทางให้ว่าต้องไปด้านไหน
ส่วนคนญี่ปุ่นนั้นไปใช้เครื่องอัตโนมัติอ่านหนังสือเดินทางแล้วก็ผ่านเข้าไปได้เลย ปรากฏว่าวันนี้พวกเรามาตรงจังหวะที่คนน้อยมาก และเจ้าหน้าที่อาจจะโดนท่านนายพลอุดปากเอาไว้ก็ได้ จึงไม่ได้สอบถามอะไรแม้แต่อย่างเดียว หลังจากตรวจพาสปอร์ตและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า Visit Japan แล้ว ก็ติดวีซ่าให้ แล้วปล่อยผ่านออกมาหน้าตาเฉย..!
พวกเราต้องเดินอีกไกลมากถึงมารับกระเป๋าที่สายพาน B3 หลังจากที่มาถึง ปรากฏว่ากระเป๋าแทบทุกใบมารออยู่ก่อนแล้ว เนื่องเพราะว่าพวกเราเป็น Priority เจ้าหน้าที่ก็เลยนำกระเป๋าลงมาให้ แต่ก็ยังต้องรอเวลาอีกพักใหญ่กว่าคณะจะมากันครบ เนื่องเพราะว่ามีทั้งนั่ง Business Class และนั่งชั้นธรรมดาที่บางท่านอยู่ถึงท้ายลำ..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 20-02-2026 เมื่อ 18:05
|