เรื่องพวกนี้ ต่อให้พระอุปัชฌาย์เป็น "ผู้เพ่งดูโดนตระหนัก" อย่างไรก็ตาม ก็ย่อมดูไปไม่ถึงจริตนิสัยหรือสันดานภายในที่แท้จริงของเขา ต้องมาตามแก้ไขปัญหากันทีหลัง แม้ว่ากระผม/อาตมภาพจะมีความเด็ดขาดขนาดไหนก็ตาม แต่เวลาเจอคนโกงเข้า บางทีก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเหมือนกัน ยังดีที่ว่าท่านไปจนมุมต่อหลักฐานในที่อื่น แล้วก็ได้เจ้าของพื้นที่ท่านเมตตาช่วยจัดการให้ จึงขอฝากข้อคิดไว้ให้กับ "ว่าที่พระอุปัชฌาย์" ทั้งหลาย ในการที่ท่านจะไปบริหารจัดการสัทธิวิหาริกของตน เมื่อสอบผ่านได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ไปแล้ว
เมื่อปล่อยท่านไปทำธุระส่วนตัวและฉันเช้ากันเรียบร้อยแล้ว ก็มาเข้าการซักซ้อมพิธีอุปสมบทกรรมภาคปฏิบัติ แต่ละรูปต้องจับสลากว่าใครรับหน้าที่อะไร ? อย่างเช่นว่าท่านไหนเป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านไหนเป็นคู่สวด ท่านไหนเป็นพระอันดับ ท่านไหนเป็นเจ้านาค ท่านใดเป็นพ่อแม่ของนาค มีกระทั่งผู้ที่เป็นทายกหรือว่าพิธีกรอีกด้วย
เมื่อควบคุมการซักซ้อมพิธีอุปสมบทกรรมภาคปฏิบัติไปจน ๙ โมงเช้า กระผม/อาตมภาพก็กราบขออนุญาตต่อพระเดชพระคุณพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทฺธญาโณ ป.ธ. ๗) รักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ เรียนถวายท่านว่า มีนัดกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ. ๙, Ph.D.) ไว้ที่วัดสามพระยา วรวิหาร ขออนุญาตเดินทางไปพบท่านก่อน
เมื่อเดินทางมายังไม่ทันจะถึง พรรคพวกก็ส่งไลน์บ้าง โทรศัพท์บ้าง สอบถามว่า "ท่านประธานอยู่ที่ไหน ?" จึงต้องส่งกูเกิ้ลแม็พไปให้ดูว่าอีก ๑๐ กว่านาทีจะไปถึง โปรดใจเย็น ๆ รอก่อน..!
ครั้นเมื่อไปถึงแล้ว ก็หอบข้าวของที่ตั้งใจจะนำไปถวายพระเดชพระคุณหลวงพ่อพระพรหมดิลกลงจากรถ ปรากฏว่าอันดับแรกเลย ทิดหยวก (นายบุญรวย ดิษฐบรรจง) ซึ่งรู้จักมักคุ้นกันมาเกิน ๓๐ ปีแล้ว พรวดพราดเข้ามายัดเงินให้ ตามมาด้วยบุคคลอีกหลายคน แล้วลูกพี่ของทิดหยวก ก็คือท่านพระครูสามารถ (พระครูขันติวรานุสิฐ) เจ้าอาวาสวัดน้อย (หลวงพ่อเนียม) เจ้าคณะตำบลโคกคราม เขต ๒ จังหวัดสุพรรณบุรี มายัดพระใส่มือมาองค์หนึ่ง บอกว่า "พิมพ์ผาลไถครับ" กระผม/อาตมภาพก็ได้แต่ถอนใจ รับเอาไว้พลางนึกในใจว่า "ทั้งลูกพี่ลูกน้องก็ชิงเอาบุญก่อนทั้งนั้น..!"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 01:03
|