วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปร่วมทำวัตรเช้า ตลอดจนกระทั่งเจริญพระกรรมฐาน กับผู้เข้าฝึกซ้อมอบรมเพื่อสอบความรู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ประจำปี ๒๕๖๙ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมวัดบางช้างเหนือ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เมื่อเจริญพระกรรมฐานแล้ว ก็ได้ให้โอวาทกับทุกรูปว่า คำว่า "พระอุปัชฌาย์" นั้น แปลความหมายหนึ่งว่า "ผู้เพ่งดูโดยตระหนัก" อันดับแรกก็คือตรวจดูคุณสมบัติของกุลบุตรที่จะมาบรรพชาอุปสมบท ให้ครบถ้วนถูกต้องตามพระธรรมวินัย และไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง
อันดับที่สอง ตรวจตราควบคุมดูการอุปสมบทให้เป็นไปโดยถูกต้องตามพระธรรมวินัย
แต่ว่าหลังจากนั้นแล้ว หน้าที่ของเราก็คือปกครอง ดูแล สั่งสอน ให้การศึกษา ตลอดจนกระทั่งออกหนังสือสุทธิยืนยันการบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรนั้น ๆ ตลอดจนกระทั่งควบคุมการย้ายสังกัดของบรรดาสัทธิวิหาริกที่พรรษายังไม่พ้น ๕
แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่เรามักจะพิจารณาหรือเพ่งดูอย่างไรก็ไม่ถึง ได้แก่ประเภทที่ ๑ บรรดาคนโกงที่ตั้งใจจะบวชเข้ามา สามารถที่จะดัดจริตเป็นคนดีต่อหน้าเราได้ จนกระทั่งบวชสำเร็จเป็นพระภิกษุขึ้นมา แล้วหลังจากนั้นจึงได้ออกลาย ว่ายากสอนยาก ถ้าเป็นบุคคลประเภทนี้ ควรที่จะจับสึกให้หมด จะได้ไม่เหลือเอาไว้ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมเสีย..!
ประเภทที่ ๒ ก็คือบรรดาผู้ชายเรียบร้อย ซึ่งจริตกิริยาออกไปทางผู้หญิง ถ้าเป็นวัดท่าขนุนของกระผม/อาตมภาพ อนุญาตให้บวชได้ เนื่องเพราะว่าสภาพร่างกายของท่านเป็นชายโดยครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ว่าจะมีข้อตกลงกันว่า "เก็บอาการให้อยู่ ถ้าหากว่าเก็บอาการไม่อยู่เมื่อไร ต้องสึกสถานเดียวเท่านั้น..!" เพราะว่าถ้าอยู่ต่อไปเมื่อไร ก็จะสร้างความเสียหาย หรือความเสื่อมศรัทธาแก่ผู้ที่พบเห็น
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-02-2026 เมื่อ 00:59
|