ขอให้คิดถึงคนแก่อย่างกระผม/อาตมภาพบ้าง ว่าตรากตรำทำงานมาทั้งวันแทบไม่ได้พักไม่ได้ผ่อน ทำอะไรล่าช้าไปบ้าง ก็โปรดอดทนรอสักนิดหนึ่ง เป็นการวัดกำลังใจของตนเองด้วยว่า เรายังอยากได้ใคร่ดีอะไรมากมายอยู่หรือไม่ ? ถ้าประมาณว่าเร็วก็ได้ ช้าก็ดี ถือว่าท่านทั้งหลายเสมอตัวแค่นั้น แต่ถ้าต้องการเร็วอย่างเดียวแล้วช้าไม่ได้ แปลว่ากำลังใจของท่านทั้งหลายยังใช้ไม่ได้..!
เรื่องทั้งหลายที่เราทำในแต่ละวันจึงเป็นเครื่องบ่งบอกถึงการปฏิบัติของเราเองว่า การปฏิบัติธรรมของเรานั้นมีความก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ ทำแล้วใจเย็นลงหรือไม่ สามารถ "อดได้ ทนได้ รอได้" อย่างที่พระเดชพระคุณหลวงปู่ทอง - พระพรหมมงคล วิ. (ทอง สิริมงฺคโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเคยกล่าวเอาไว้หรือไม่ ?
ในแต่ละวัน เราจะรู้ว่ากำลังใจของเรานั้นดีกว่าเมื่อวานหรือแย่กว่าเมื่อวาน ก็จากการที่พยายามมองดูตนเองอยู่เสมอ การมองจริยาคนอื่นนั้น เรามีแต่ขาดทุน เพราะว่านอกจากส่งใจออกนอกแล้ว ยังเป็นเครื่องสร้าง รัก โลภ โกรธ หลง ให้งอกงามในใจของเราอีกด้วย เพราะว่าถ้าชอบใจก็เป็นราคะและโลภะ ถ้าไม่ชอบใจก็เป็นโทสะและโมหะ เหล่านี้เป็นต้น การดูคนอื่นจึงไม่ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร ยกเว้นว่าดูแบบผู้มีปัญญา ดูแล้วนำมาเป็นครูสอนตนเอง
ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้น การดูที่ตัว แก้ที่ตัว จึงจะตรงปัญหามากที่สุด และทำให้เรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป แต่ละวันเราจึงต้องประเมินตัวเอง ดูใจตัวเองอยู่เสมอว่า รัก โลภ โกรธ หลง กินใจของเราได้มากน้อยเท่าไร ? ถ้าไม่สามารถดูตรงนี้ได้ ต่อให้ท่านทั้งหลายปฏิบัติไปกี่ปีก็ไร้ประโยชน์ หรือว่าถึงสามารถดูได้ แต่แก้ไขกำลังใจของตนเองไม่ได้ ก็ยิ่งแย่เข้าไปอีก ประมาณว่าเห็นหนทางอยู่แท้ ๆ แต่ไม่ยอมเดินไป..!
วิธีที่ดีที่สุดในขณะที่ รัก โลภ โกรธ หลง กำลังโจมตีเราอยู่นั้น ก็คือการเลิกส่งใจออกนอกไปเรื่องราวต่าง ๆ ย้อนกลับมาอยู่กับปัจจุบัน คือลมหายใจเข้าออกของเรา สามารถกลับมาได้เร็วเท่าไร โอกาสที่ไฟกิเลสจะเผาเราให้เร่าร้อนก็มีน้อยเท่านั้น กลับมาช้าเท่าไร บางทีก็โดนไฟกิเลสโหมท่วมไปหลายวันก็มี..!
ท่านทั้งหลายจึงต้องตระหนักและแก้ไขตนเองตรงนี้ให้ได้ พยายามอย่าไปยินดียินร้ายกับสิ่งต่าง ๆ ที่มากระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจของเรา วางกำลังใจให้เป็นกลาง ๆ ประมาณว่าอยู่ก็ได้ ตายก็ดี อยู่เราก็ได้สร้างบุญสร้างบารมี ถ้าตายลงไปวันนี้ เราขอไปพระนิพพาน ถ้าท่านทั้งหลายสามารถตั้งกำลังใจไว้แบบนี้ และชำระศีลของตนให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ ถึงเวลาท่านทั้งหลายย่อมจะมีสุคติเป็นที่ไปได้ดังที่หวังเอาไว้
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 17-02-2026 เมื่อ 02:20
|