เมื่อเดินทางถึงที่พักแล้ว ก็ต้องเร่งรีบขวนขวายนำเอาวัตถุมงคล ซึ่งไอ้ตัวเล็กเอาไปลงในกระทู้ร่วมบุญทุนการศึกษาพระภิกษุสามเณร ออกมาแยกแยะเพื่อเตรียมส่งมอบให้ แต่ว่าวันนี้อีกฝ่ายหนึ่งไปปฏิบัติหน้าที่อยู่จังหวัดสระบุรี ก็น่าจะได้พบเจอกันบ่ายหรือไม่ก็เย็นพรุ่งนี้
แต่ว่าต้องเตรียมการให้เรียบร้อย เนื่องเพราะว่าวัตถุมงคลบางชิ้นก็ซ้ำกัน คำว่าซ้ำกันหมายถึงว่าเป็นรุ่นเดียวกัน ชนิดเดียวกัน ครูบาอาจารย์เดียวกัน ถ้าไม่แยกแยะให้ชัดเจน เดี๋ยวก็มีการส่งสลับกันไปอีก แล้วของบางอย่างถ้าสลับกันก็หาใหม่ไม่ได้เสียด้วย เกิดว่าผู้รับไปทำตัวเป็น "ขอมดำดิน" เก็บเงียบหน้าตาเฉย ทางเราก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนไปส่งมอบให้กับผู้จองตัวจริงเหมือนกัน..!
งานนี้ทำให้ค้นเจอวัตถุมงคลหลายอย่าง ซึ่งโดยปกติแล้ว กระผม/อาตมภาพก็มักจะบรรจุใส่ลัง แล้วก็มีการแยกครูบาอาจารย์ แยกวัดอะไรไว้เป็นที่เรียบร้อย แต่ว่าพวกเราทั้งหลายก็มักจะแยกแยะไม่ออก จึงจำเป็นต้องมีรายละเอียดติดเอาไว้ เผื่อว่าปุบปับตนเองเป็นอะไรไป คนรุ่นหลังจะได้รู้ เนื่องเพราะว่าวัตถุมงคลบางอย่างนั้น ถ้าหากว่าไม่ใช่บุคคลในวงการจริง ๆ ก็จะแยกไม่ออก อย่างเช่นว่าพระเนื้อตะกั่วลบถมพิมพ์ปรุหนัง ของหลวงปู่เนียม วัดน้อย จังหวัดสุพรรณบุรี ครูบาอาจารย์ใหญ่สายกรรมฐานของกระผม/อาตมภาพเอง
ท่านอาจารย์ปู่ทวดส่วนใหญ่ก็นิยมสร้างวัตถุมงคลเป็นตะกั่วทุบลบถม เนื่องเพราะว่าสมัยก่อนนั้นยังไม่มีเครื่องรีดแผ่นโลหะเหมือนกับสมัยนี้ ดังนั้น..เมื่อได้ตะกั่วมาก็ต้องมาตีมาทุบแผ่ให้แบน เพื่อที่จะให้บางพอที่จะจารอักขระเลขยันต์ได้ เมื่อจารแล้วก็ยังรู้สึกว่าไม่สมแก่กำลังใจ ก็มีการลบแล้วจารซ้ำ อธิษฐานซ้ำ เขาใช้คำว่า "ลบถม" ก็แปลว่าผ่านการเสก การจาร การอธิษฐานจิต ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โดยเฉพาะครูบาอาจารย์ที่ท่านทั้งหลายได้รู้จักนั้น กระผม/อาตมภาพอยากให้ทุกท่านสังเกตว่า ทำไมสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ท่านอาจารย์ปู่ทวดของเรา จึงมีชื่อเสียงเป็นอมตะเถราจารย์อันดับ ๑ ของประเทศไทย ? วัตถุมงคลของท่านได้รับการยกย่องเป็น "จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง" ก็คือพระสมเด็จวัดระฆัง
หรือว่าท่านอาจารย์ปู่ทวด หลวงปู่เนียม วัดน้อย ทำไมแม้ว่าท่านจะมรณภาพไปเนิ่นนานแล้ว เนื่องเพราะว่าเป็นลูกศิษย์สายตรงของหลวงปู่โต วัดระฆังโฆสิตาราม แต่ว่าทุกวันนี้ เขาก็ยังยกให้เป็นอมตะเถราจารย์ เป็นครูบาอาจารย์ใหญ่สายกรรมฐานของจังหวัดสุพรรณบุรี ?
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-02-2026 เมื่อ 04:51
|