ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า 13-02-2026, 01:01
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,912
ได้ให้อนุโมทนา: 161,233
ได้รับอนุโมทนา 4,532,571 ครั้ง ใน 37,528 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..อะไรก็ตามที่อยู่ในลักษณะของ "คนตายขายคนเป็น" จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้ดี เนื่องเพราะว่าทางภาคอีสานนั้น มีลูกศิษย์บางท่าน ถึงเวลากว่าจะจัดงานศพเสร็จ ปรากฏว่าแค่ค่าอาหารเลี้ยงแขกอย่างเดียวหมดไปหลายแสนบาท..! เนื่องเพราะว่าแขกทุกคนมาถึง นอกจากเรียกร้องจะเอาหมู เอาวัว เอาไก่ในงานแล้ว ยังมีการหิ้วกลับบ้านแบบไม่เกรงใจเจ้าภาพอีกด้วย..! ทำเอาหลายต่อหลายคนแทบจะตัดญาติขาดมิตรกันไปเลย เพราะว่ามาถึงก็เรียกร้องว่าต้องมีอย่างนั้นต้องมีอย่างนี้ โดยที่เจ้าภาพเองมีเงินหรือไม่มีก็ไม่ได้คิดถึง อยู่ในลักษณะของการที่เรียกว่า พยายามที่จะ "เอาเนื้อหนูมาปะเนื้อช้าง" เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่สังคมต้องการ ซึ่งลักษณะแบบนี้แหละที่เรียกง่าย ๆ ว่า "คนตายขายคนเป็น"

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ถ้าสามารถจัดงานได้รวบรัดและประหยัดเท่าไร ก็ถือว่าดีเท่านั้น เพราะว่าอย่างน้อย ๆ ผู้ที่มีชีวิตอยู่ก็ไม่ต้องมาลำบากเดือดร้อน แต่เรื่องพวกนี้ต้องบอกว่ากระผม/อาตมภาพพูดไป ก็เหมือนกับคนขวางโลก เพราะว่าทางโลกยังต้องการหน้าตาแบบนั้น จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลายต้องพิจารณากันเองว่าไหวหรือไม่ไหว

ถ้าหากว่าสู้งาน ไม่หนีงานแบบครอบครัวของกระผม/อาตมภาพ ก็มีโอกาสที่จะพลิกฟื้นคืนมาภายในเวลาแค่ ๒ - ๓ ปี แต่ช่วงนั้นจำได้ว่าทำงานเหมือนกับคนบ้า ตื่นตี ๕ ทำไปยันตี ๒ ตี ๓ ทุกวัน มีเวลานอนอย่างเก่งก็ ๒ ชั่วโมง ๓ ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ยังดีที่ว่าอยู่ในช่วงวัยรุ่น ร่างกายแข็งแรง ไม่เช่นนั้นโหมงานขนาดนั้นเป็นปี ๆ ก็มีหวังได้ "ล้มหมอนนอนเสื่อ" เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างแน่นอน

เราท่านทั้งหลายจึงควรที่จะพิจารณาให้ถ่องแท้ โดยเฉพาะการเห็นบุคคลที่เสียชีวิตนั้น อีกไม่นานเราก็จะเป็นเช่นนั้นบ้าง แต่มีใครคิดถึงตรงนี้กันบ้างหรือไม่ ? หรือว่าทุกคนก็แค่ไปตามประเพณี ไปเพื่อสังคม ไปเพราะเกรงใจเจ้าภาพ ไปในลักษณะต่างตอบแทน ก็คือก่อนหน้านี้งานของเราทางเจ้าภาพเขามา ตอนนี้งานของเขาเราก็ต้องไป

ถ้าอยู่ในลักษณะแบบนี้ ก็เป็นอันว่าท่านทั้งหลายได้กำไรน้อยมาก นอกจากได้สังคมได้เพื่อนฝูง แต่ถ้ารู้จักพิจารณาว่าเรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่อาจล่วงพ้นความตายไปได้ แล้วตั้งหน้าตั้งตาสั่งสมบุญกุศล ในศีล สมาธิ ปัญญา ให้มากเข้าไว้ อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อความแน่นอนในคติของเรายามที่ตายลงไป ถ้าทำในลักษณะอย่างนี้ จึงจะสมกับเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 13-02-2026 เมื่อ 01:14
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 33 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา