วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ พวกเราก็มีกิจกรรมกันทั้งวัน จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าการทำงานนั้น สิ่งหนึ่งที่พวกเราจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด ก็คือ การรักษากำลังใจของตนเอง ทำอย่างไรที่เราอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม ต้องสามารถภาวนาหรือว่ากำหนดลมหายใจเข้าออกได้ ถ้าเป็นการฝึกฝนในระยะแรก ก็ถือว่าเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าใช้ความเพียรพยายามเข้าจริง ๆ แค่ไม่กี่วันก็ทำได้กันแล้ว
เนื่องเพราะว่าสภาพจิตที่ทรงฌานแล้ว การภาวนาทุกอย่างจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ เราแค่เอาสติเข้าไปคอยระมัดระวังเอาไว้ก็พอ เนื่องเพราะว่าถ้าขาดสติที่คอยกำกับอยู่ เดี๋ยวก็เผลอไผลปล่อยให้กิเลสเข้ามากินใจของเรา แล้วสมาธิที่จะพึงได้ก็พังทลายไปหมด..!
คราวนี้เราท่านทั้งหลายที่ปฏิบัติธรรมมา ไม่ว่าจะพระภิกษุ สามเณร หรือว่าฆราวาส หลายท่านก็ใช้เวลานับสิบปีแล้วไม่เกิดผลอะไร ก็เพราะว่าสิ่งที่เราทำกับสิ่งที่เราใช้นั้นไม่ควรค่าแก่กัน อย่างเช่นว่าเราภาวนา ๓๐ นาที แต่เราไปส่องเฟซฯ ไปเขี่ยไลน์เสียอย่างละชั่วโมง สิ่งที่เราทำได้ ซึ่งจะสั่งสมเป็นกำลังเพื่อให้เราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคในการปฏิบัติธรรมต่าง ๆ ได้ ก็กลายเป็นว่า "หกเรี่ยเสียราด" โดนใช้สอยทิ้งขว้างหมดทุกวัน จึงเป็นเหตุให้เราท่านทั้งหลายทำเท่าไรก็หาความก้าวหน้าไม่ได้
โดยเฉพาะการสนใจสิ่งต่าง ๆ ภายนอก ยิ่งสนใจมากเท่าไร โอกาสที่จะรักษากำลังใจของเราได้ก็น้อยลงไปมากเท่านั้น เนื่องเพราะว่าสติสัมปชัญญะของเรายังไม่สมบูรณ์ เมื่อถึงเวลาก็มักจะโดน รัก โลภ โกรธ หลง ชักนำไปไกล เตลิดเปิดเปิง กู่ไม่กลับ..!
เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ก็เป็นเรื่องแปลกตรงที่ว่า รู้ทั้งรู้ว่าสาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร แต่พวกเราก็มักจะไม่รีบเร่งรัดแก้ไข ทำตัวเหมือนกับคนมีเวลามาก ประมาณว่าอย่างไรเสียเราก็ยังไม่ตาย..! โอกาสแก้ไขมีถมไป ถ้าเป็นแบบนี้ เราก็อยู่ในลักษณะของผู้ประมาทในชีวิตเป็นอย่างมาก เนื่องเพราะว่าชีวิตของเราอยู่แค่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น หายใจเข้าไม่หายใจออก เราก็ตายแล้ว หายใจออกไม่หายใจเข้า เราก็ตายอีกเช่นกัน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 10-02-2026 เมื่อ 01:40
|