เมื่อพวกเราพร้อมเดินกันออกมา มีการคุยกันด้วยว่า วันนี้มีการส่งอาหารผิด เนื่องเพราะว่ามีทัวร์ไทยคณะใหญ่อีกคณะหนึ่ง ซึ่งสั่งอาหารอยู่ใกล้เคียงกัน แต่ของเขาน่าจะเลิศหรูดูแพงกว่ามาก เพราะว่ามีหอยเป๋าฮื้อหลุดมาที่โต๊ะของญาติโยมฝ่ายเราด้วย พวกเราที่หน้ามืดตาลายก็ไม่สนใจ คีบกินคนละหมุบคนละหมับ กว่าเขาจะรู้ว่าส่งผิด ก็กลายเป็นว่าพวกเราฟาดเรียบไปแล้ว..! ตอนนี้ "ไกด์หยาง" ก็เลยต้องไปถกกับเขาว่าเป็นความผิดของใคร ? สรุปว่าเด็กเดินโต๊ะน่าจะซวย โดนหักเงินเดือนแน่นอน..!
เมื่อพวกเราออกมาครบครันแล้วก็เดินตรงไปทางด้านที่เป็นสนามฟุตบอลขนาดมหึมา ข้ามไฟแดงไปสองแห่ง รถของเรามาจอดรออยู่ที่นั่น "คุณหยาง" ไล่เก็บเงินค่าสินค้าจากทุกคน ส่วน "คุณปุ๊" (นางสาวเสาวลักษณ์ วงศ์วานิช) ก็ไล่เก็บเงินค่าทิป ไม่ว่าจะเป็นทิปของคนขับ หรือทิปของไกด์ท้องถิ่น ซึ่งพวกเราต้องควักคนละ ๑,๐๐๐ บาทไทย "คุณปุ๊" บอกว่า "เดี๋ยวต้องขอแลกเป็นเงินหยวนกับหลวงพ่อ เนื่องเพราะว่าเขารับเงินบาทไปก็ต้องลำบากไปแลกกับธนาคารอีก..!"
เมื่อพวกเราวิ่งมาจนกระทั่งใกล้จะถึงสนามบินปักกิ่งต้าซิงแล้ว "คุณหยาง" ก็แนะนำว่า ถึงเวลาจะต้องไปเช็คอินกันที่ไหน ? แล้วก็เดินไปให้เขาตรวจกระเป๋าที่ไหน ? ต้องไปให้เขาสแตมป์พาสปอร์ตเพื่อออกจากเมืองที่ไหน ? ท่านใดที่ซื้อของมามากจะต้องไปขอคืนภาษีที่ไหน ? ฯลฯ พวกเราก็รับฟัง หลุดบ้าง ตกบ้าง หล่นบ้าง เมื่อผ่านการเอ๊กซเรย์ ยังโชคดีที่ว่ากระผม/อาตมภาพนั้น อาศัยบารมีของ "พี่หู" เจ้าหน้าที่ก็เลยพาเข้าไปช่องพิเศษ มีหลุดเข้ามาเป็นพระ ๓ รูป และโยมอีก ๔ คน จึงสามารถไปขึ้นรถไฟได้ทันเวลา หาไม่แล้วก็อาจจะตกรถเที่ยวแรกอย่างแน่นอน..!
พวกเรามาลงรถไฟที่บริเวณไซท์ E ซึ่งประกอบไปด้วยทางขึ้นเครื่องหมายเลขต่าง ๆ ที่ขึ้นด้วย ของเราก็คือ E 31 เมื่อไปขอคืนภาษีกันแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันไปหาซื้อสิ่งของเพิ่มเติมตามอัธยาศัย ประมาณว่าขอคืนภาษีแล้วยังโดนหักภาษี จึงขอประชดชีวิตด้วยการเอาเงินที่ได้รับคืนมาไปซื้อของเขาอีก..! ส่วนท่านใดจะกินอะไรตามใจตนเองก็ซื้อหาเอา เนื่องเพราะว่ามีเวลาเกือบชั่วโมงถึงจะเรียกขึ้นเครื่อง
โดยเฉพาะตอนนี้ก็ต้องอาศัย "พลับพลาเปลื้องเครื่อง" แบบสมัยก่อน ก็คือแต่ละคนปลดชุดกันหนาวออก แพ็กกระเป๋าใหม่เป็นการใหญ่ โดยเฉพาะท่านที่มาซื้อเครื่องกันหนาวเพิ่มเติมทีหลัง เพราะไม่คิดว่าอากาศจะหนาวขนาดนี้ ต่างคนต่างก็ต้องหากระเป๋ามาเพิ่มเพื่อใส่เสื้อกันหนาวของตนเองกลับไป ยกเว้นคนที่ไฟธาตุน้อยอย่างกระผม/อาตมภาพ ที่ไม่ต้องถอดเสื้อฮีตเทคออก
เมื่อมานั่งรออยู่ที่บริเวณประตูทางออกขึ้นเครื่อง จึงทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ก่อน หลังจากนี้แล้วอีก ๔ ชั่วโมงครึ่งก็จะได้พบกันที่ประเทศไทย
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:45
|