วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Beijing North Star Continental Grand Hotel ลดฮวบ ๆ ลงไปที่ -๑๒ องศาเซลเซียส..! ยังดีว่าวันนี้พวกเราไม่รีบ จึงปล่อยให้ตื่นกันตามสบาย โดยที่นัดแนะว่า ๙ โมงครึ่งให้ลงไปคืนห้อง แล้วนำกระเป๋าไปแพ็กของกันใหม่ เพราะว่ามีหลายต่อหลายคนสั่งซื้อสินค้าที่ "คุณหยาง" นำมาขายให้ ต้องจัดกระเป๋ากันใหม่อย่างแน่นอน แต่ "คุณหยาง" ก็เหลือเกิน ประมาณว่าบริการสุดใจขาดดิ้น มีการแถมกระเป๋าหูหิ้วใบใหญ่ให้ใส่ของอีกต่างหาก บริการทุกระดับประทับใจจริง ๆ..!
แต่กระผม/อาตมภาพตื่นนอนตามเวลาปกติ เมื่อภาวนาจนครบชุดแล้ว ก็อุทิศส่วนกุศลถวายบูชาคุณพระศรีรัตนตรัย พรหม เทวดาและครูบาอาจารย์ ตลอดจนกระทั่งท่านที่ช่วยปกปักรักษาตลอดการเดินทางในทริปนี้ เนื่องเพราะว่าครั้งนี้นั้นพกวัตถุมงคลมาน้อย มีสมเด็จองค์ปฐมรุ่น ๒ วัดท่าซุง กับพระหลวงปู่ปาน พิมพ์ทรงครุฑเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นเครื่องรางคือ "พี่หู" ของหลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง และท่านปู่ท้าวสุวรรณของท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) วัดสุทัศนเทพวราราม ส่วน "เจ้าตาหวาน" ของหลวงปู่ปาน วัดบางเหี้ยนั้น จะติดอยู่ในรัดประคตเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะว่าองค์กระจิริดนิดเดียวเท่านั้น
เมื่อสรงน้ำแต่งตัวแล้ว ก็ลงไปข้างล่าง เข้าห้องอาหารตามเวลา โดยเฉพาะที่โรงแรมแห่งนี้ ห้องอาหารเปิดได้ตรงเวลาจนน่าเกลียดพอ ๆ กับวัดท่าขนุนเลย..! ก็คือเหลือครึ่งนาทีก็ไม่ยอมเปิดให้ก่อน
เมื่อเข้าไปฉันภัตตาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็กลับขึ้นห้องไปภาวนาอีก ๑ ชุด อุทิศส่วนกุศลเสร็จสรรพ ก็จัดเก็บข้าวของลงกระเป๋าแล้วหิ้วลงมายังข้างล่าง เนื่องเพราะว่ามีกระเป๋าถือติดตัวอยู่ใบเดียว และครั้งนี้ก็จัดเต็มมาด้วยเครื่องกันหนาว เพียงแต่ว่า "ไม้ตาย" คือเสื้อขนเป็ด ซึ่งสามารถกันอากาศขนาด -๓๐ องศาเซลเซียสได้ ยังไม่ได้นำออกมาใช้ และมีชุดฮีตเทคที่ป้องกันอากาศ -๑๕ องศาเซลเซียสอีกชุดหนึ่ง ที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋า กลายเป็นว่าจัดของมาเกินเสียเปล่า ๆ..!
เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถ รออยู่พักใหญ่กว่าที่ทุกคนจะมาถึง เพราะว่าต้องจัดกระเป๋ากันใหม่ แล้วก็ยังมีคนสั่งสินค้าเพิ่มจาก "คุณหยาง" อีก ได้ยินว่าจะไปส่งให้ก่อนขึ้นเครื่องบิน แล้วไปจัดกระเป๋ากันอีกรอบที่นั่น บริการได้สุดยอดจริง ๆ พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย..!
เมื่อพวกเราพร้อมแล้ว เวลา ๑๐ โมงเศษ รถก็วิ่งมายัง "ย่านซานลี่ถุน" ซึ่งจะเปรียบไปแล้วก็เหมือน "สยามสแควร์" ของเมืองไทย เต็มไปด้วยข้าวของมียี่ห้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ตลอดจนกระทั่งข้าวของอื่น ๆ เท่าที่ดูก็มียี่ห้อดังคือ Anta ของเมืองจีน Lululemon , Starbucks, Golden goose ตลอดกระทั่งยี่ห้ออื่น ๆ เช่น Uniqlo เป็นต้น
พวกเราให้เวลาในการช็อปปิ้ง ๑ ชั่วโมง แล้วนัดแนะไปเจอกันที่ภัตตาคารบนชั้น ๕ ของตึก Uniqlo เมื่อพวกเราออกเดินก็รู้เลยว่าอากาศยังหนาวจัดอยู่มาก เนื่องเพราะว่ามือเท้าชาทีเดียว แต่พอแวะเข้าไปไม่ว่าจะเป็นร้านไหนก็ตาม ญาติโยมก็แห่ตามกันมา เนื่องเพราะว่าจะอาศัย "มาดามชวง" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ซึ่งต่อของเก่งมาก ทำการต่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด
ส่วนใหญ่ก็คือใช้วิธีซื้อแบบ "ผูกแพ" แต่ละคนต้องการอะไรให้แจ้งความจำนงมา แล้วก็สั่งซื้อคนเดียว ทำให้ได้ส่วนลดเยอะมาก เพราะว่าในเมื่อขายของได้หลายชิ้น เขาก็สามารถที่จะให้ส่วนลดได้มาก
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 00:36
|