เมื่อลงจากรถแล้ว "คุณหยาง" บอกว่า "ต้องเดินไป ๑๕๐ เมตร" แต่ขอโทษเถอะ..เดินฝ่าลมหนาวไปแล้ว รู้สึกว่าไม่น่าจะใช่ ๑๕๐ น่าจะเป็น ๑,๕๐๐ เมตร แต่ทำ ๐ ตกไปตัวหนึ่งมากกว่า..! พวกเราต้องมาเข้าคิวให้เขาสแกนตัวสแกนบัตรกัน ขณะที่ "คุณหยาง" จัดแจงไปซื้อตั๋วให้พวกเรา เมื่อได้ตั๋วมาครบ พวกเราทางด้านนี้ก็ถ่ายรูปหมู่ไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนัดแนะว่าให้ออกมาพบกันที่บริเวณหน้าห้องน้ำตรงนี้ แล้วก็ปล่อยฟรีสไตล์ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคนจีนจะมากราบขอพรกันมากมายมหาศาลขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เป็นวันพฤหัสบดี ไม่ใช่วันหยุด แต่ว่าผู้คนก็มากันเป็นพัน ๆ คน..!
พวกเราเดินฝ่าลมหนาวเข้าไปภายใน กลิ่นธูปควันเทียนฟุ้งกระจายเต็มไปหมด ตำหนักหลังแรกตั้งรูปของพระศรีอริยเมตไตรยในปางที่เรียกว่า"พระสังกัจจายน์" แต่ว่าทางด้านประเทศจีนเรียกว่า "หมี่เล่อฝอ" เดินถัดไปเข้าอีกก็มีพระพุทธรูป ๓ กาลบ้าง มีรูปของพระปันเชนลามะบ้าง จนกระทั่งท้ายที่สุด เข้าไปพระตำหนักหลังสุดท้าย ก็เป็นรูปของพระศรีอริยเมตไตรย แกะด้วยไม้จันทน์ขนาดมหึมา เมื่อเดินฝ่าลมหนาวไปถึง ก็ต้องเบียดเสียดเยียดยัดกับญาติโยมเพื่อรอจังหวะถ่ายรูป เนื่องเพราะว่าทุกแห่งจะมีพระลามะคอยเตือนไม่ให้ถ่ายรูป..!
เมื่อถ่ายรูปได้ในพระตำหนักหลักแล้ว กระผม/อาตมภาพก็แวะศาลาข้างออกมาทีละหลัง จนกระทั่งเดินมาถึงทางออก ก็เจอกับ "คุณยอด" (นายธนณัฏฐ์ ฉันวัฒนาชัย ) ซึ่งเป็นมัคคุเทศก์อีกคนหนึ่ง มาดักรออยู่บริเวณจุดนัดพบ เมื่อเข้าห้องน้ำห้องท่าแล้ว กระผม/อาตมภาพฉวยเวลาว่างที่มีอยู่ ก็ทำการอัพรูปไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะรอส่งทีเดียว
ครั้นพวกเราออกมาจนครบถ้วนแล้ว "คุณหยาง" ก็ให้สัญญาณพวกเราเดินตามกันไปทางออก บอกว่าจะต้องเดินไปที่ภัตตาคาร ซึ่งห่างไปประมาณ ๒๐๐ เมตร แต่ขอโทษเถอะ...แกน่าจะทำเลข ๐ ตกไปตัวหนึ่งอีกแล้ว..! กว่าจะไปถึงพวกิราก็หนาวแทบจะแข็งตาย เนื่องเพราะว่าอากาศ ๒ องศาเซลเซียส และมีท่าทีว่าจะลดลงไปอีกมาก ในขณะเดียวกันลมก็แรงเหลือใจ เมื่อพวกเราหลุดเข้าไปภายในได้ ก็เหมือนกับทุกวัน คือข้าวปลาอาหารอะไรที่ส่งมา ก็โดนกวาดเรียบเสียตั้งแต่แรก ๆ โดยเฉพาะวันนี้เป็นพวกติ่มซำ ซึ่งมากันเป็นเข่ง ไม่ว่าจะเป็นซาลาเปา ขนมจีบ ฮะเก๋าอะไรก็ตาม ออกไปในแนวว่าไม่พอฉันมากกว่า..! ทำเอาอาหารหลักก็คือข้าวและกับข้าวซึ่งมาทีหลัง กลายเป็นหมันไปเลย..!
เมื่อพวกเราอิ่มแล้วลงมาชั้น ๒ ของภัตตาคาร เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมายืนหลบลมรอเวลา แต่รออยู่นานมาก ๆ เนื่องเพราะว่ารถของเราต้องหาจังหวะปลอดตำรวจ กว่าที่จะตรงเข้ามารับพวกเราได้ เล่นเอาออกจากที่นี่เกือบจะ ๑๓.๔๐ น. ฝ่ารถที่ติดค่อนข้างมาก ตรงไปยังสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของวันนี้ ก็คือ "หอสักการะฟ้าเทียนถาน" แต่ที่หอสักการะฟ้านี้เป็นสถานที่เดียวที่เอื้อเฟื้อมาก ให้สามารถขับรถเข้าไปจอดที่ลานด้านในเลย..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:46
|