ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า วันนี้, 01:16
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,842
ได้ให้อนุโมทนา: 161,010
ได้รับอนุโมทนา 4,530,275 ครั้ง ใน 37,458 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อพวกเราเข้าไปก็มีสาวใหญ่คนหนึ่งมาต้อนรับ พูดไทยได้คล่องแคล่วทีเดียว แต่ไม่ทราบว่าคุณเธอถือสาอะไร ถามว่าชื่ออะไรถึงสองครั้งก็ไม่ยอมตอบ..!? อธิบายให้พวกเราฟังว่าวัฒนธรรมชาของประเทศจีนนั้นมีมาเป็นพันปีแล้ว เพียงแต่ว่าในช่วงแรกนั้นเป็นการใช้ชาในการรักษาโรค ซึ่งมีอยู่ในตำรา "เสินหนงซื่อ" เป็นตำราสมุนไพรโบราณ อายุ ๒,๐๐๐ กว่าปีแล้ว หลังจากนั้นจึงพัฒนาเป็นการใช้ชาในการรักษาโรคโดยที่กินเป็นน้ำดื่ม ซึ่งในชานั้นจะมีสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์มากมาย

ทำเอาโดนพวกเราแซวว่า "อยากจ่ายเงินซื้อแล้ว ให้รีบสรุปจบไว ๆ..!" อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "ขออภัยที่พูดไทยไม่แข็งแรง ก็เลยทำให้ต้องพูดไทยปนภาษาอังกฤษบ้าง ปนภาษาจีนบ้าง" แต่พวกเราก็ฟังกันรู้เรื่องดี บางทีแม่เจ้าประคุณก็รัวภาษาอังกฤษมาเป็นชุด แต่กระผม/อาตมภาพยังพออธิบายให้เพื่อนฝูงฟังได้

เมื่อคุณเธออธิบายเสร็จ ก็พาเข้าไปทดลองชาให้ดูว่าชาเขียวเป็นอย่างไร ? ชาดำเป็นอย่างไร ? ชาลิ้นจี่ ชาอู่หลง รสชาติเป็นอย่างไร ? และโดยเฉพาะมียาเม็ดซึ่งสกัดเอาสารที่มีประโยชน์จากใบชามา แล้วทำการทดลองให้ดูว่าสามารถเข้าไปล้างสารพิษต่าง ๆ ในร่างกายได้จริง และผ่าน อย.ของประเทศจีนมาแล้ว ถ้าหากว่ามีการตรวจพบการใช้งานว่ามีโทษภายหลัง ก็จะโดนยึดใบอนุญาตและไม่ได้รับอนุญาตอีกตลอดกาล แต่ว่าของเขาได้รับใบอนุญาตมาตั้งแต่ปี ค.ศ. ๑๙๘๐ กว่าจนถึงบัดนี้ แล้วก็บอกสรรพคุณว่า แต่ละอย่างสามารถแก้ไขรักษาโรคอะไรได้บ้าง ?

โดยเฉพาะสารสกัดจากชาเขียวกล่องละ ๙๐๐ หยวน ถัดขึ้นไปเป็นสารสกัดจากชาอู่หลง กล่องละ ๑,๔๐๐ หยวน และไปถึงสารสกัดจากชาดำที่เป็นชาหมัก กล่องละ ๓,๙๐๐ หยวน โดยที่สารสกัดทั้งหลายเหล่านี้จะมีให้ ๓ ขวด ๆ ละ ๘๐ เม็ด เราสามารถที่จะกินวันละเม็ดก่อนหรือหลังอาหารก็ได้ ผ่านไปสักอาทิตย์หนึ่งก็ไปตรวจดูว่า สภาพร่างกายจะปรับให้ดีขึ้นหรือไม่อย่างไร ? พวกเราฉันชาของเขาไป ๓ - ๔ อย่างแล้ว ก็กระจัดกระจายกันออกไปซื้อชาบ้าง เดินดูสินค้าเกี่ยวกับชาของเขาบ้าง

กระผม/อาตมภาพออกมาชวนเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งกำลังทำการบ้านคุย โดยเรียกเป็น "เสี่ยวเจี่ยเจีย" อีกฝ่ายหนึ่งยิ้มแป้นเลยทีเดียว หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็เดินออกมารออยู่ด้านล่าง แต่อากาศตรงนี้ค่อนข้างที่จะหนาว อีกไม่นานบรรดาขาช็อปของพวกเราก็ตามลงมา บอกว่าซื้อไปทั้งหมดเป็นสารสกัดของชาเขียว ๑๐ กล่อง มีการต่อราคาและของแถมกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อขึ้นรถมาแล้วก็ยังพูดถึงเรื่องนี้กันอยู่อีกนาน

พวกเราวิ่งต่อไปยังวัดลามะ ซึ่งถ้าหากว่าคนจีนก็จะเรียกว่า "วัดหย่งเหอกง" ก็คือท่านจักรพรรดิหย่งเล่อในช่วงที่ยังเป็นชินหวัง ท่านพักอยู่ที่ตำหนักนี้ มาภายหลังเมื่อขึ้นเป็นจักรพรรดิแล้ว ก็ได้ยกตำหนักนี้ให้แก่พระปันเชนลามะ และดาไลลามะ ถ้าเดินทางเข้ามาปักกิ่งก็จะได้มีที่พัก และโดยเฉพาะทางด้านพระปันเชนลามะ ไปจัดหาท่อนไม้จันทน์มหึมาอายุหลายพันปีมาให้ เพื่อสร้างเป็นบัลลังก์จักรพรรดิ

แต่หย่งเล่อฮ่องเต้ทางดำริว่า ถ้าสร้างบัลลังก์จักรพรรดิ พระองค์ท่านก็ได้ใช้ประโยชน์คนเดียว จึงให้แกะเป็นองค์พระศรีอริยเมตไตรยในปางพระโพธิสัตว์ ซึ่งดูด้วยสายตาแล้วสูงใหญ่มาก ๆ ไม่นึกว่าในโลกนี้จะมีไม้จันทน์ต้นใหญ่ขนาดนั้น นี่พูดไปถึงขนาด "ข้ามช็อต" ไปแล้ว..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:36
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 5 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), ทองคำเปลว (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)