เมื่อออกมาถึงทางด้านประตูหลังแล้ว ก็ยังต้องมารอการรวมพลกันอีก เพราะว่าแต่ละคนนั้น พอมีเวลาเมื่อไรก็แว่บหายไป ไม่ถ่ายรูปส่วนตัวก็วิ่งไปซื้อของที่ระลึก กลายเป็น "จับปูใส่กระด้ง" ต้อนกันแล้วต้อนกันอีก กว่าที่จะออกมาทางด้านนอกได้ แล้วยังต้องเดินมาเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าของทางด้านพระราชวัง พาพวกเราวิ่งไปจนไกลลิบ ส่งพวกเราลงแล้วก็ยังไม่เจอรถของเรา ต้องเดินต่อไปอีกไกลมาก จนถึงบริเวณอนุสาวรีย์รูปม้าไฟ ซึ่งเขาเพิ่งจะตั้งขึ้นมา ถึงได้เจอรถของเราจอดรออยู่ที่บริเวณนั้น
เมื่อขึ้นรถแล้วพวกเราต้องวิ่งไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง จึงมาถึงภัตตาคาร เข้าไปทางด้านในแล้ว ทุกคนที่หิวจนซมซานไปตาม ๆ กัน โดยเฉพาะบางท่านที่ฉันแต่กาแฟถ้วยเดียวในตอนเช้า เมื่ออาหารลงมา กระผม/อาตมภาพจึงไม่สามารถที่จะถ่ายรูปไว้ได้ เพราะว่าคนละหมุบคนละหมับ ก็คีบกันจนหมด..! จนกระทั่งถึงอย่างที่ ๘ ที่ ๙ จึงได้เพลา ๆ ลงบ้าง
แล้ว "คุณหยาง" ก็มาบอกว่า เขากำลังแล่เป็ดปักกิ่งให้ ขอให้ใครที่อยากได้รูปหรือวิดีโอ ออกไปถ่ายรูปได้ เห็นเขาค่อย ๆ บรรจงแล่เหมือนอย่างกับจะให้เราฉันกันพรุ่งนี้ก็ไม่ปาน..! เมื่อส่งมาแล้วจึงได้เห็นว่าจานที่ใส่เป็นปักกิ่งนั้น เป็นรูปก้านและใบกุหลาบ เขาแล่เนื้อเป็ดมาแล้ววางเป็นรูปดอกกุหลาบ กระผม/อาตมภาพคีบมาชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นเดียว บอกกับพรรคพวกว่า "ใครจะฉันก็ห่อแป้ง แล้วก็ใส่ซอสลงไปก่อนนะครับ ส่วนผมขอชิมแค่นี้แหละ เพราะไม่เคยเห็นเลยว่าเป็ดปักกิ่งจะอร่อยกว่าเป็ดพะโล้บ้านเรา..!"
เมื่ออาหารมาครบถ้วนทุกอย่างแล้ว ก็ยังมีของหวานที่ทางธรรมจารีทัวร์นำมาจากเมืองไทยด้วย เป็นขนมไข่ ไม่ทราบเหมือนกันว่าของร้านไหน แต่รสชาติดีทีเดียว อิ่มแล้วกระผม/อาตมภาพก็ออกมารอรถด้านนอก สักพักหนึ่งพรรคพวกเพื่อนฝูงก็ตามกันออกมา
เมื่อครบแล้ว "คุณหยาง"ก็พาพวกเราเดินไปบริเวณที่ซึ่งจอดรถได้ แล้วโทรให้รถของพวกเรามารับ ขึ้นรถกันเรียบร้อยเวลาเกือบบ่าย ๒ โมง วิ่งตรงไปยังจตุรัสเทียนอันเหมิน แต่เขาไม่ให้เราเข้าไปข้างใน ต้องจอดอยู่ไกลมาก เดินข้ามไฟแดงไป ๒ แยก แล้วก็มารอขึ้นรถเมล์ วิ่งไปได้ ๑ ป้ายเต็ม ๆ ก็ลงมาอยู่บริเวณที่เรียกว่า "เฉียนเหมิน"
เข้าไปที่เต็นท์ซึ่งมีตำรวจกั้นทางเป็นทางยาวเหยียด คอยตรวจพาสปอร์ตและบัตรประชาชนจากนักท่องเที่ยว ถ้าใครมีกระเป๋ามีเป้มา ก็ต้องคุยกันยาวนานทีเดียว พอได้ยินว่าเป็นคณะทัวร์ไทย เขาก็ขอแค่บัตรของ "คุณหยาง" คนเดียว เพื่อที่เอาไปลงข้อมูล เนื่องจากว่าจะสามารถได้ข้อมูลอื่น ๆ ทั้งหมดจากบัตรของ "คุณหยาง" นี่เอง..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 03:03
|