ระหว่างที่เดินทางกลับก็ชมการประดับไฟต่าง ๆ เพื่อเตรียมต้อนรับตรุษจีน ซึ่งปีนี้ของจีนก็คือ "ปีม้าไฟ" แต่กระผม/อาตมภาพอยากจะบอกว่าเป็น "ปีม้าศึก" ก็คือชวนให้รบราฆ่าฟันกันทั่วโลกมากกว่า..! ระหว่างเดินกลับก็สวนกับคณะญาติโยมที่มากับพวกเรา แต่ว่าเตรียมตัวช้า เพิ่งจะเดินออกมากันตอนนี้เอง กระผม/อาตมภาพกลับถึงที่พักแล้ว ก็น้อมจิตกราบพระ ส่งใจขึ้นไปบนพระนิพพานแล้วภาวนาจนหลับไป
สำหรับเช้านี้เขานัดกันที่ ๖ - ๗ - ๘ ก็คือ ปลุกเวลา ๖ โมงเช้า รับประทานอาหารที่ห้องอาหารชั้นล็อบบี้ตอน ๗ โมง และ ๘ โมงก็จะเดินทางไปยังพระราชวังต้องห้าม
๖ โมงเช้าตรงเวลา เสียง morning call ก็เรียกขึ้น แต่กระผม/อาตมภาพตื่นนานแล้วจึงปิดเสียงไป หลังจากนั้นก็ล้างหน้าแต่งตัว ลงไปทางด้านล่าง เพิ่งจะสังเกตว่าโรงแรมแห่งนี้ล็อบบี้มีที่นั่งอยู่แค่เก้าอี้ ๔ ตัวเท่านั้น สักครู่หนึ่ง "หลวงพ่อสำเนียง" (พระครูสุขุมปัญญากร) เจ้าอาวาสวัดทุ่งกฐิน จังหวัดสุพรรณบุรีก็ลงมาถึง หลวงพ่อท่านใส่ถุงเท้ารองเท้าแบบลูกเสือมาเลย แบบนี้ไม่น่าจะกันอะไรได้ ทางด้านนอกนั้นใส่เสื้อฮีตเท็คทับอยู่ ๑ ตัว น่าจะมีบุคคลในคณะของเราสละให้
จึงเรียนท่านว่า "หลวงพ่อครับ เสื้อแบบนี้ต้องใส่ชั้นในติดกับเนื้อของเรา จึงจะสามารถป้องกันความหนาวได้" ท่านบอกว่า "ข้างในใส่อยู่ ๒ ชั้นแล้ว ไม่อยากถอดเข้าถอดออก" กระผม/อาตมภาพไม่ทราบเหมือนกันว่าจะพูดอย่างไรให้พระแก่หัวรั้นฟัง จึงต้องปล่อยเลยตามเลย ให้ท่านได้รับบทเรียนด้วยตนเองจะดีกว่า..!
พรรคพวกและญาติโยมค่อย ๆ ทยอยกันลงมา จนกระทั่ง ๗ โมง ทางด้านห้องอาหารถึงยอมเปิด ปกติที่อื่นนั้นเราสามารถเข้าไปป่วนก่อนเวลาได้ แต่ที่นี่ตรงเวลามาก กลายเป็นว่าตรงเวลาแล้วเสียคน เนื่องเพราะว่าเครื่องบันทึกการเข้าออกที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์เกิดเสียขึ้นมา กระผม/อาตมภาพขำก็ขำ ฉิวก็ฉิว ท้ายที่สุด เขาก็แค่ถามหมายเลขห้อง แล้วก็ปล่อยให้เข้าไปรับประทานอาหารเช้าได้
เพียงครู่เดียว กระผม/อาตมภาพก็จัดการกับทุกอย่างเสร็จสรรพ เมื่อ "คุณปุ๊" (นางสาวเสาวลักษณ์ วงศ์วานิช) และ "คุณยอด" (นายธนณัฏฐ์ ฉันวัฒนาชัย) สองทัวร์ลีดเดอร์ของเรามาถึง ถามว่า "หลวงพ่อต้องการอะไรเพิ่มบ้าง ?" กระผม/อาตมภาพก็อิ่มเสียแล้ว จึงกลับขึ้นห้องไป นำเอากระบอกน้ำร้อนมาส่งให้ "มาดามชวง" ซึ่งทำหน้าที่ชงน้ำชาให้ในตอนเช้า โดยอาศัยน้ำร้อนชงกาแฟในห้องอาหารนี่เอง ส่วนตนเองก็กลับออกไปทางด้านนอก จัดแจงแต่งตัวใหม่จนเรียบร้อย เนื่องเพราะว่าได้ถือหมวก ปลอกคอกันหนาว ตลอดจนกระทั่งถุงมือและผ้าคลุมไหล่ลงมาด้วย
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:52
|