ดูแบบคำตอบเดียว
  #2  
เก่า 04-02-2026, 23:59
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,842
ได้ให้อนุโมทนา: 161,010
ได้รับอนุโมทนา 4,530,275 ครั้ง ใน 37,458 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศยามเช้าที่โรงแรม Beijing North Star Continental Grand Hotel อยู่ที่ - ๔ องศาเซลเซียส

เมื่อวานนี้พวกเราออกจากภัตตาคารแล้ว ฝ่ารถติดจนกระทั่งมาถึงโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งเราจะต้องพักอยู่ตลอดทั้ง ๔ คืน เพียงแต่ว่าชื่อโรงแรมที่ติดอยู่บนตัวตึก กับชื่อโรงแรมที่อยู่ทางด้านหน้าประตูนั้น ต่างกันตรงคำว่า North Star หรือว่า "ดาวเหนือ" ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามีความผูกพันอะไรกับดวงดาว เนื่องเพราะว่าท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่งต้าซิง ก็มีความหมายเช่นเดียวกันว่า "มหาดาราแห่งเมืองเหนือ" น่าจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องของฮวงจุ้ยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ?

กระผม/อาตมภาพได้ห้องนอนที่ชั้น ๑๒ ซึ่งแต่ละชั้นนั้น เราซึ่งถือกุญแจคีย์การ์ดอยู่ จะสามารถขึ้นได้เฉพาะชั้นของตนเท่านั้น เมื่อวางข้าวของเสร็จเรียบร้อยและปลดเอาเครื่องกันหนาวต่าง ๆ ออกแล้ว โผล่ออกมาเพื่อที่จะชวน "มาดามชวง" (นางสาวไพรินทร์ สุวิชชาญพันธุ์) ไปเดินดูสนามกีฬาโอลิมปิกแห่งชาติจีน ซึ่งเรียกกันง่าย ๆ ว่า "สนามรังนก"

ก็เจอ "มาดามชวง" กำลังช่วย "ท่านอาจารย์มหาสมคิด" (พระมหาสมคิด อตฺถสิทฺโธ ป.ธ. ๗) รองเจ้าคณะอำเภอโพธาราม เจ้าอาวาสวัดหนองโพ จังหวัดราชบุรี กำลังหาห้องพักอยู่ กระผม/อาตมภาพถามว่า "ห้องเบอร์อะไร ?" อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่า "๓๓" กระผม/อาตมภาพจึงชี้ห้องพักที่อยู่ข้าง ๆ กัน บอกว่า "อยู่ตรงนี้" ท่านอาจารย์มหาสมคิดก็ยังถามว่า "แน่ใจนะ" กระผม/อาตมภาพก็บอกว่า "แน่สิวะ..!" อีกฝ่ายหนึ่งก็ยังลังเลแล้วลังเลอีก รอจน "มาดามชวง" เดินไปสุดตึกฝั่งโน้นแล้ว ก็ยังไม่ยอมมาเสียที กระผม/อาตมภาพบอกว่า "มาซะทีสิโว้ย..ขี้เกียจยืนรอ..!" อีกฝ่ายจึงได้ลากกระเป๋ามาแบบไม่แน่ใจ

เมื่อเห็นเบอร์ ๓๓ เข้าก็ยังทำหน้าพิสดาร ก็คืออธิบายไม่ถูกว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ? กระผม/อาตมภาพถามว่า "ลองใช้กุญแจแตะดูหรือยัง ?" อีกฝ่ายจึงเอาคีย์การ์ดแตะประตูแล้วเปิดได้จริง ๆ กระผม/อาตมภาพจึงถามอีกครั้งว่า "ทำไมถึงไปทางด้านโน้น ?" อีกฝ่ายชี้ให้ดูป้ายทางด้านบน แล้วก็เห็นอย่างชัดเจนว่า ป้ายนั้นชี้ว่าห้องเบอร์ ๓๓ - ๓๔ นั้นไปทางด้านที่ "มาดามชวง" เดินไปหาอยู่นั่นเอง ทำเอาพวกเรา "หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก"

เมื่อแต่งตัวชนิดจัดเต็มเพื่อป้องกันความหนาวแล้ว กระผม/อาตมภาพกับ "มาดามชวง" ก็ออกจากโรงแรม เดินเท้าไปยังสนามกีฬารังนก ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ต้องข้ามถนนไปอยู่หลายช่วงเหมือนกัน สิ่งที่ต้องระมัดระวังก็คือ ประเทศจีนนั้นมีรถไฟฟ้าเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า หรือว่ารถยนต์ไฟฟ้า แต่ละคันวิ่งกันเงียบกริบชนิดไม่มีเสียงเลย มาถึงตัวแล้วก็ยังไม่รู้ว่ามาถึง..!

โดยเฉพาะคนจีนหลายท่านนั้นไม่สนใจเรื่องของไฟเขียวไฟแดง เห็นว่าถนนว่างกูก็ไปอย่างเดียว..! จึงต้องระมัดระวังกันเป็นอย่างสูง กระผม/อาตมภาพเห็นว่าถนนว่างอยู่ก็จริง แต่ก็ต้องรอจนไฟเขียวคนเดินข้ามเสียก่อน เนื่องเพราะ "มาดามชวง" กำชับหนักหนาว่า ประเทศจีนนั้นกล้องวงจรปิดมีแทบทุกฝีก้าว โดยเฉพาะเป็นระบบสแกนใบหน้าด้วย ถ้าเรามาทำความผิดอะไรอยู่ที่นี่ อาจจะโดนไปรวบตัวอีกเมืองหนึ่ง ถ้าโดนห้ามไม่ให้เข้าประเทศด้วยแล้วจะซวยไม่รู้จบ..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:44
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 23 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา