สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ต้องแลกมาด้วยความพากเพียร ความอดทน และความมีปัญญา ก็คือรู้ว่าอะไรดีเราก็ทำ รู้ว่าอะไรชั่วเราก็ละ โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรของเรา โอกาสที่จะบวชเข้ามารักษาศีลปฏิบัติธรรมนั้นมีน้อยลงไปทุกวัน เพราะว่าสังคมไม่ได้บังคับเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจว่า การสวดมนต์ไหว้พระในชีวิตฆราวาส ท่านทำไปเป็น ๑๐๐ ปี ก็สู้ท่านทำตอนเป็นพระภิกษุสามเณรแค่พรรษาเดียวไม่ได้..!
เนื่องเพราะว่าความเป็นพระภิกษุสามเณร เรามีต้นทุนสูงกว่าฆราวาส ฆราวาสมีศีล ๕ หรือศีล ๘ แต่สามเณรมีศีล ๑๐ พระสงฆ์มีศีล ๒๒๗ ถ้าสมมติว่าเราลงทุนทำในกิจการเดียวกัน ฆราวาสลงทุนด้วยศีล ๕ ตีว่า ๕ ล้านบาท หรือลงทุนด้วยศีล ๘ ตีว่า ๘ ล้านบาท แต่สามเณรลงทุนด้วยศีล ๑๐ ก็คือ ๑๐ ล้านบาท พระภิกษุสงฆ์ลงทุนด้วยศีล ๒๒๗ ก็คือ ๒๒๗ ล้านบาท ถ้าได้กำไรแบบเดียวกัน ส่วนของพระภิกษุย่อมได้กำไรมากกว่าหลายเท่า ดังนั้น..สิ่งหนึ่งประการใดที่ท่านทั้งหลายทำในขณะที่เป็นพระภิกษุสงฆ์ จึงมีอานิสงส์มากกว่าการทำในตอนเป็นฆราวาสมากเป็นร้อย ๆ เท่า..!
คราวนี้สิ่งที่ท่านทำสั่งสมเอาไว้ในตัว เป็นบุญบารมีเฉพาะตัว ถ้าหากว่าอยู่ต่อไปได้ก็จะเป็นกำลังใหญ่ของพระพุทธศาสนา ถ้าสึกหาลาเพศไป บุญกุศลนี้ก็จะช่วยให้ท่านดำเนินชีวิตได้สะดวกคล่องตัวกว่าคนอื่น เนื่องเพราะว่า"คนมีบุญก็เหมือนกับคนมีเงิน ทำอะไรก็สะดวกคล่องตัวไปหมด" โบราณของเรารู้ในจุดนี้ จึงมีค่านิยมในการบวชลูกชายอย่างน้อย ๑ พรรษา เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้มีโอกาสสั่งสมบุญกุศล
แล้วในขณะเดียวกัน ถ้าท่านอดทนอดกลั้นต่อสิ่งกระทบต่าง ๆ ซึ่งในชีวิตฆราวาสไม่มีโอกาสได้พบ หรือว่าพบน้อย ถ้ากิเลส รัก โลภ โกรธ หลง เหมือนกับเสือตัวหนึ่ง ชีวิตฆราวาสก็เหมือนกับเสือตัวนั้นอยู่ในป่า แล้วเราไปเดินอยู่ บางทีทั้งปีไม่เจอเสือตัวนั้นเลย แต่พอเป็นพระภิกษุสงฆ์เข้ามา โดนตีกรอบด้วยศีล ๒๒๗ ข้อ ส่วนที่เคยทำได้ก็ทำไม่ได้ อึดอัดขัดข้องไปหมด
เหมือนเขาเอาเสือตัวนั้นใส่ไว้ในกรงเดียวกับเรา ก็โดนกัดโดนฟัดอยู่ทุกวัน คนไหนทนไม่ได้ สึกแหกพรรษาไปกลางคันก็มาก..! เขาถึงได้บอกว่า ค่านิยมโบราณคือให้บวชก่อนเบียด ถ้าท่านสามารถอดกลั้นอดทนได้ตลอดพรรษา แปลว่ามีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะมีครอบครัวได้ เพราะว่าชีวิตครอบครัวฆราวาสก็ต้องมีการกระทบกระทั่งให้เราต้องอดทนอดกลั้นตลอดเวลา
เรื่องพวกนี้ ยุคนี้สมัยนี้ไม่ค่อยจะทำกัน เราท่านทั้งหลายมีโอกาสถือว่าโชคดีแล้ว ได้ชาติกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ยังมีโอกาสปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งหลักธรรมคำสอนยังครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งศีล สมาธิ และปัญญา ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านทั้งหลายย่อมมีโอกาสที่จะพ้นจากกองทุกข์ มากน้อยตามความขยันหมั่นเพียรและบุญวาสนาที่ตนเองสั่งสมมา
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:14
|