ขอโอกาสพระเถรานุเถระ มีท่าน ผศ., ดร. พระครูวิโรจน์กาญจนเขต เจ้าอาวาสวัดอุทยาน เป็นต้นเป็นประธานเจริญพรญาติโยมผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมวันอาทิตย์ของวัดอุทยานทุกท่าน ความจริงเมื่อครู่นี้กระผม/อาตมภาพยังคลานไม่ค่อยจะขึ้น..! ต้องอาศัยยาช่วยจึงพอมาได้ ในเรื่องของร่างกายคนเป็นปกติอยู่แล้ว อายุมากก็เจ็บไข้ได้ป่วยบ้าง ถ้าถามว่ามากเท่าไร ตอนนี้ก็ ๖๗ ปี อีกไม่กี่เดือนก็จะย่าง ๖๘ ปีแล้ว ต้องบอกว่าจวนจะย้ายบ้านไปหลัก ๗ แล้ว..!
ญาติโยมทั้งหลายที่เกิดมา ต้องบอกว่า "เราอยู่กันด้วยบุญ" เหตุที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะว่าเราท่านทั้งหลาย ถ้าไม่มีบุญ ไม่มีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ ถึงมีโอกาสได้เกิดเป็นมนุษย์ ก็ไม่รู้ว่าศีลธรรมคุณงามความดีคืออะไร ? จึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้คำว่า "พวกเราเกิดมามีบุญ"
แต่คราวนี้เกิดมาแล้ว ทำอย่างไรที่เราจะไม่ใช้สอยบุญอย่างเดียว ? ก็คือต้องรู้จักหาเพิ่มเติมด้วย ในเรื่องของบุญก็เหมือนกับเงินทอง ใช้อย่างเดียว โอกาสที่จะหมดไปก็มีมาก ดังนั้น..ท่านที่ฉลาดและไม่ประมาท จึงได้วางแนวทางให้พวกเรามาตั้งแต่โบร่ำโบราณ อย่างเช่นการทำบุญใส่บาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การเจริญสมาธิภาวนา เหล่านี้เป็นต้น
โดยเฉพาะพระภิกษุสามเณรของเรา ถ้าไม่มีเรื่องทั้งหลายเหล่านี้คอยค้ำจุนเอาไว้ จะอยู่ในผ้าเหลืองได้ยากมาก..! เนื่องเพราะว่าแต่ละวัน เราท่านที่ยังกิเลสเต็มตัว ก็จะฟุ้งซ่านไปใน รัก โลภ โกรธ หลง ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ยิ่งฟุ้งซ่านมากเท่าไร ก็ยิ่งร้อนรนกระวนกระวาย ท้ายที่สุดก็ต้องสึกหาลาเพศไป จึงต้องมีในเรื่องของการสวดมนต์ ไหว้พระ เจริญภาวนาเข้ามาช่วย
โดยเฉพาะการสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็น เนื่องเพราะว่าสภาพจิตของเราเหมือนกับเก้าอี้ที่นั่งได้คนเดียว ถ้าหากว่าความดีเข้าไปนั่งไว้ ความชั่วก็เข้าไม่ถึง แต่ถ้าความชั่วเข้าไปยึดเอาไว้ก่อน ความดีก็เข้าไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น..ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมา ครูบาอาจารย์ของกระผม/อาตมภาพท่านบอกว่า ให้นึกถึงพระเอาไว้ก่อน เมื่อนึกถึงพระแล้ว ก็ต่อด้วยการนึกถึงลมหายใจเข้าออก เนื่องเพราะว่าลมหายใจเข้าออกเป็นตัวสร้างกำลัง ยิ่งกำลังสมาธิของเราดีเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสในการหักห้ามใจตนเอง จากสิ่งชั่วต่าง ๆ ได้มากเท่านั้น
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น บุคคลที่ฉลาดและรู้เท่าทัน จึงใช้วิธีการทำวัตร เจริญพระกรรมฐานกันแต่เช้ามืด อย่างที่วัดท่าขนุน ตีสามครึ่งทุกรูปต้องพร้อม เริ่มเจริญพระกรรมฐาน ต่อด้วยทำวัตรเช้า หลังจากนั้นก็บิณฑบาต ไม่เปิดโอกาสให้ฟุ้งซ่านได้ โดยเฉพาะตอนบิณฑบาต ต้องหมั่นสังเกตอารมณ์ใจตัวเองว่า ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง เราสามารถรักษาใจไม่ให้ฟุ้งซ่านได้มากน้อยเท่าไร ?
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:09
|