ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า วันนี้, 00:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,825
ได้ให้อนุโมทนา: 160,943
ได้รับอนุโมทนา 4,529,779 ครั้ง ใน 37,441 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

วลีต่อไปก็คือ "พ่อใบเลี้ยงโจร" หมายถึงหลวงพ่อใบ วัดหนองบัว (พระครูสุวรรณพัชรคุณ) ซึ่งท่านชอบสักยันต์เหนียวคงกระพันที่เรียกกันว่า "ยันต์คางคก" มีทั้งยันต์คางคก ๑ ตัว ยันต์คางคก ๒ ตัว ยันต์คางคก ๗ ตัว และยันต์คางคก ๙ ตัว โดยเฉพาะยันต์คางคก ๑ ตัวและ ๙ ตัวนั้น ภายหลังท่านไม่ยอมสักให้ใครง่าย ๆ เพราะว่าสักไปแล้วหนังเหนียว อยู่ยงคงกระพัน กลายเป็นเสือเป็นสางไปหมด..! จนกลายเป็นวลีที่ว่า "พ่อใบเลี้ยงโจร"

วลีต่อไปก็คือ "พ่อผลกวาดวัด" ได้แก่ หลวงพ่อเจ้าคุณผล (พระพินิตสมณการ วิ.) วัดสหธรรมิการาม หรือชื่อชาวบ้านคือ "วัดหนองแขม" เป็นสหธรรมิกรุ่นน้องของหลวงพ่อตัด วัดชายนา ท่านเป็นบุคคลที่มีเมตตามาก เป็นพระนักพัฒนา เลี้ยงพระเลี้ยงเณรมาก วัดวาอารามสะอาดเรียบร้อย จนกลายเป็นที่มาของวลีที่ว่า "พ่อผลกวาดวัด"

ส่วนเรื่องของหลวงพ่อตัด วัดชายนานั้น ก็คือ หลวงพ่อเจ้าคุณตัด (พระพุทธวิริยากร) สมัยที่ท่านยังเป็นพระครูอยู่ ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคม สร้างเครื่องรางของขลังต่าง ๆ ไว้มาก ถึงขนาดเคยกล่าวไว้ว่า "ก่อนปี ๒๔๙๖ ผมเอาหมด ทุกอย่างที่ไหนเขาว่าดี ผมไปขอเรียนมาหมด"

โดยเฉพาะท่านเรียนวิชาของสายหลวงพ่อกุน (พระครูสุชาตเมธาจารย์) วัดพระนอน เรียนการทำตะกรุดจากหลวงพ่อทอง (พระครูโสภิตธรรมาภรณ์) วัดเขากระจิว และเรียนการทำปลัดขิก หรือเพชรพญาธร จากหลวงพ่อชุ่ม (พระครูเกษมสุตคุณ) วัดกุฏิบางเค็ม ซึ่งใช้เคล็ดลับก็คือต้องเป็นไม้ผูกคอตาย และทำได้ขลังเป็นอย่างยิ่ง จนกลายเป็นวลีที่เราฟังแล้วหยาบคายว่า "พ่อตัดทำควย" ซึ่งหลวงพ่อตัดเองท่านได้ยินก็ยังหัวเราะ และเขียนติดข้างฝากุฏิไว้ให้ชาวบ้านเขาอ่านเสียด้วย..!

ด้วยความที่ว่าท่านศึกษามามาก แล้วก็มีลูกศิษย์ลูกหามาก ไปช่วยสร้างวัดวาอารามต่าง ๆ จนกลายเป็นประโยคสุดท้ายว่า "วัดธรรมรังษีเห็นดีเอาด้วย" ก็คือวัดธรรมรังษี ตำบลหนองพลับ อำเภอเมืองเพชรบุรี นั่นเอง ตั้งอยู่ทางไปหาดเจ้าสำราญ มีจุดเด่นก็คือพระองค์ใหญ่ ถ้ามองไกล ๆ เหมือนกับพระตั้งอยู่กลางทุ่งนาเขียวขจี
มีต้นตาลที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี ดูตอนพระอาทิตย์ตกดินจะสวยมาก

ในช่วงท้าย ๆ หลวงพ่อตัดท่านไปช่วยก่อสร้างวัดธรรมรังษี และในช่วงนั้นน่าจะเป็น "พระปลัดทวี" เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ท่านก็คงจะขอศึกษาวิชาทำปลัดขิก หรือว่าวิชาเพชรพญาธรนี้ ไปจากหลวงพ่อตัด จนกลายเป็นวลีว่า "วัดธรรมรังษีเห็นดีเอาด้วย"

เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านเขาตำหนิพระ หากแต่เขายกย่องว่าพระเถระทั้ง ๘ วัดหรือว่า ๘ รูปนี้เป็นบุคคลที่มีปฏิปทาเฉพาะตน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัดของตน หรือว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ช่วยพัฒนาวัดวาอารามอื่น ๆ เหล่านี้เป็นต้น เป็นการยกย่องกันกลาย ๆ นั่นเอง เพียงแต่ว่าบางอย่างฟังดูแล้วก็คล้ายกับเรื่องตลก แต่ว่าก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี

เมื่อได้รับข้อมูลนี้มา ถ้ากระผม/อาตมภาพไม่เอามาลงไว้ ต่อไปเรื่องพวกนี้ก็อาจจะสูญหาย ไม่มีใครจดใครจำ เพราะตามวลีของคนโบราณที่ว่า "ของกินถ้าไม่กินก็เน่า เรื่องเล่าถ้าไม่เล่าก็ลืม" จึงจำเป็นที่จะต้องเล่าเอาไว้ก่อน เพราะว่างานในวันนี้นั้น ผูกพันกับหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ก็คือ พ่อตี๋ทำไร่ - พระครูพิพัฒน์วัชรากร (หลวงพ่อตี๋) อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายาง อดีตเจ้าอาวาสวัดชลธราราม (ท่าซิก) นั่นเอง

สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 7 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กมลโกศลจิต​ (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), มารวย (วันนี้), มารวย๙ (วันนี้), ศรัณย์ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)