กระผม/อาตมภาพยังนึกไปถึงลูกสาวสามคน (กล้วยไม่ - ฟ้ามุ่ย - ฟองฝน) ที่รับเอาไว้ในสมัยยังอยู่ที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ในสามคนนี้ คนเล็กเพิ่งจะเข้าเรียนชั้นมัธยมปีที่ ๑ คนกลางอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๓ คนพี่โตสุดอยู่ชั้นมัธยมปีที่ ๔ เที่ยวกันหัวหกก้นขวิดอยู่ตามผับตามบาร์ทุกคืน..! โดยที่แม่บอกกับลูกแบบเปิดกว้างสุด ๆ ว่า "จะหัวหกก้นขวิดขนาดไหนก็ไม่เป็นไร แต่พวกแกต้องระวัง อย่าให้ท้องกลับมาก็พอ..!"
กระผม/อาตมภาพนั้นเมื่อทำหน้าที่เวรยามตอนค่ำคืน ก็ต้องมีวิทยุสื่อสารประจำตัว คราวนี้วิทยุนั้นเมื่อเปิดไปเจอช่องที่มีบุคคลใช้อยู่ ก็จะหยุดชั่วขณะหนึ่ง ถ้าหากว่าเราไม่สนใจ เครื่องก็จะสแกนคลื่นต่อไป ในเมื่อไปเจอเสียงคุยของเด็ก ๆ เหล่านี้เข้า กระผม/อาตมภาพพอทราบว่าบ้านเขาอยู่แค่อำเภอมโนรมย์ ห่างจากวัดท่าซุงแค่ไม่กี่กิโลเมตรนี่เอง จึงได้ "แทร็ก" เข้าไปหา
เมื่อคุยกัน อีกฝ่ายหนึ่งก็นึกว่ากระผม/อาตมภาพเป็นนักเที่ยวเหมือนกัน เนื่องเพราะว่าไม่ว่าจะเอ่ยถึงผับไหน บาร์ไหน ก็สามารถบรรยายได้ถูกต้องว่ามีลักษณะอย่างไร ? มีอะไรเป็นที่สนุกสนานบ้าง เมื่อเริ่มคุ้นเคย สนิทสนมเขาก็ "ขอ ว.๕" ก็คือขอพบหน้า กระผม/อาตมภาพบอกว่า "บ้านอยู่ห่างจากท่าน้ำมโนรมย์ ๔ กิโลเมตร มาถึงแล้วอยู่ซ้ายมือ รั้วเหลืองใหญ่ยาวเกือบ ๑ กิโลเมตร" อีกฝ่ายหนึ่งมาถึงแล้วก็ตกใจ เนื่องเพราะว่าขี่รถผ่านอยู่เกือบทุกวัน แต่ไม่ได้สังเกตว่าวัดท่าซุงนั้น กำแพงเป็นสีเหลืองยาวเป็นกิโลเมตรจริง ๆ..!
ครั้นเจอหน้ากัน อีกฝ่ายหนึ่งสอบถาม กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่าได้เรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ก็คือมโนมยิทธิ ซึ่งถ้าหากว่าใครตั้งใจเรียนแล้ว ก็จะเรียนหนังสือเก่งกันทุกคน เชื่อว่าพวกเราคงจะเที่ยวกันจนเบื่อแล้ว ควรที่จะหาสิ่งหนึ่งประการใดมาทำ เพื่อให้เป็นที่ภูมิใจของพ่อแม่บ้าง
เด็ก ๆ ทั้งหลายก็บอกว่า "หลวงลุงช่วยสอนให้หน่อย" เหตุที่เขาเรียกว่า "หลวงลุง" เพราะว่ากระผม/อาตมภาพอายุมากกว่าพ่อเขา ๒ ปี ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงต้องจับมาหัดตั้งแต่อานาปานสติเบื้องต้น เด็ก ๆ ทั้งหลายรู้สึกทุกข์ทรมานมาก เนื่องเพราะว่าสภาพจิตไม่สงบ จึงต้องใช้วิธีดุและบังคับให้ทำเป็นเวลา
แต่ว่าเมื่อถึงเวลากลับไปเรียนแล้ว กลายเป็นว่าผลการเรียนที่ "คาบเส้นต่องแต่ง" ตอนนี้กระโดดขึ้นมาเป็นเกรด ๒ กว่า ๓ กว่ากันหมด ทำเอาพ่อแม่ดีอกดีใจ ท้ายสุดทั้งพ่อทั้งแม่ก็เลยเข้าวัดมาด้วย แล้วก็จับเจ้า ๓ คนมายัดเยียดให้เป็นลูกของ "หลวงลุง" อย่างที่เขาเรียกกัน ข้างบ้านซึ่งเป็นเขยพี่เขยน้องกัน เนื่องเพราะว่าแต่งงานกับครอบครัวเดียวกัน ก็คือคนหนึ่งแต่งกับพี่สาว คนหนึ่งแต่งกับน้องสาว จึงจับเอาลูกอีก ๓ คน (ลูกบอมบ์ - ลูกแบด - ลูกกวาด) มายัดเยียดให้ด้วย กลายเป็นว่ากระผม/อาตมภาพมีลูกสาววัยรุ่นรวดเดียว ๖ คน เล่นเอาเกือบจะหัวหงอกตั้งแต่ตอนนั้น..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 08:49
|