อยากจะบอกกับทุกท่านว่า โลกใบนี้ความจริงแล้วยังมีชีวิตอยู่ ในเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ถึงเวลาสิ่งต่าง ๆ มาทำให้ไม่สบายตัว ก็ต้องมีการพยายามรักษาตัวตนของตนเอง ถ้ารู้สึกว่ามนุษย์เรามีมากเกินไปแล้ว บางทีก็ต้องหาทางลดจำนวนคนลงเช่นกัน แบบเดียวกับที่บรรดาสัตว์ต่าง ๆ เมื่อมีจำนวนมากมายมหาศาล บางทีก็มีการอพยพไปโดดทะเลหาที่ตายแบบที่บรรดานักสัตววิทยายังงงอยู่ว่า สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
แต่มนุษย์เราถือว่ามีปัญญา ดังนั้น..เรื่องพวกนี้ไม่เกิดขึ้นในลักษณะฆ่าตัวตายหมู่แบบนั้น แต่ก็เกิดในลักษณะการก่อสงคราม เพื่อยึดทรัพยากรธรรมชาติเอาไว้ ให้ประเทศชาติหรือประชาชนของตนอยู่รอดให้ได้นานที่สุด ส่วนชาติอื่นจะเดือดร้อนอย่างไรก็ช่างมัน..! นี่คือลักษณะของการเห็นแก่ตัว แบบเดียวกับการอยู่รอดของสัตว์ ก็คือตัวที่แข็งแรงกว่าย่อมได้ครอบครองทรัพยากรในเขตนั้น ๆ..!
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงได้ตรัสเอาไว้ชัดเจนว่า อาหาระ นิททัง ภะยะ เมถุนัญจะ สามัญญะเปตัปปะสุภีนะรานัง ก็คือ การกิน การนอน การสืบพันธุ์ การหลบภัย เป็นสิ่งที่มีเสมอกันของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
ธัมโมหิ เตสัง อะธิโก วิเสโส ธรรมเท่านั้นแหละ ที่จะทำให้ต่างกันไป
ธัมเมนะ วีณา ปะสุภิสสะมานา ธรรมเท่านั้น ที่แยกคนให้ต่างไปจากสัตว์
ดังนั้น..ถ้าหากว่าผู้ใดขาดศีลขาดธรรม ก็แปลว่าความเป็นสัตว์มีมากกว่าคน แทนที่เราจะไปโกรธไปเคือง ก็ควรที่จะให้อภัย แผ่เมตตาต่อเขาว่า มีโอกาสแล้วก็ขอให้เขาทั้งหลายเหล่านั้น กลับจากมิจฉาทิฏฐิมาเป็นสัมมาทิฏฐิ มีโอกาสสร้างบุญสร้างกุศลให้กับตัวเอง เพื่อแก้ไขสิ่งเลวร้ายต่าง ๆ ที่ได้กระทำไป จนสามารถบรรเทากรรมของตนเองลงไปได้ การเวียนว่ายตายเกิดก็จะได้ไม่ทุกข์ยากมากนัก โดยเฉพาะท้ายสุดแล้ว ก็ขอให้ทุกรูปทุกนาม สามารถล่วงพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานโดยถ้วนหน้ากันเถิด..!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๓๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:56
|