ดูแบบคำตอบเดียว
  #4  
เก่า เมื่อวานนี้, 01:18
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,814
ได้ให้อนุโมทนา: 160,922
ได้รับอนุโมทนา 4,529,513 ครั้ง ใน 37,430 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

แต่ถ้าหากว่ามีหลวงปู่หลวงพ่อท่านใด เสกวัตถุมงคลแล้วเหนียวระดับหมาหรือว่าปลาปักเป้ากัดไม่เข้า พ่อแม่ก็จะไปขอวัตถุมงคลมาแขวนให้กับลูกกับหลาน ผูกติดเอวบ้าง ผูกติดคอบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ถึงเวลาเล่นแล้วก็ลืม หล่นหายไปเสียมากต่อมาก พอไปขอใหม่ก็มักจะเจอมะเหงก "หลวงตา" เขกกบาลเสียก่อน ประมาณว่า "พวกมึงอย่าซนกันมากนัก กูกว่าจะทำได้แต่ละชิ้น แต่ละดอก เหนื่อยแทบตาย เอาไปได้ไม่กี่วัน มึงทำหายอีกแล้ว..!" เหล่านี้เป็นต้น

ในเมื่อเป็นในลักษณะอย่างนั้น จะเห็นว่าในช่วงยุคประมาณ พ.ศ. ๒๕๒๐ นิดหน่อย ทางด้านฝั่งธนยังเป็นพื้นที่เรือกสวนไร่นา ถึงเวลาก็ต้องอาศัยเดินลัดสวน หรือว่าอาศัยเรือแจว อย่างเช่นคุณยาย ถึงเวลาก็แจวเรือไปทำบุญที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ เหล่านี้เป็นต้น

ส่วนในทางบกของเรานั้น เมื่อมีการตัดถนนสายปิ่นเกล้า - พุทธมณฑล ตอนแรกนั้นเขาก็พูดกันไว้ว่า ก่อนที่จะออกไปขึ้นถนนสายใหม่ ให้หาห้องน้ำห้องส้วมเข้าให้เรียบร้อยเสียก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าปวดท้องปวดไส้กลางทาง กว่าจะได้เข้าห้องน้ำห้องส้วม ก็ต้องไปถึงนครปฐมโน่น..! เด็กสมัยนี้ก็คงนึกไม่ออกว่าถนนสายปิ่นเกล้า - พุทธมณฑลที่มีแต่บ้านเมืองแน่นขนัดไปหมด สมัยก่อนนั้นตัดผ่าไปในเรือกสวนไร่นาของชาวบ้านแท้ ๆ

ส่วนอีกเส้นหนึ่งที่เป็นเส้นเก่าก็คือทางด้านบางแค - นครปฐม ซึ่งเมื่อวิ่งมาแล้วก็จะเลี้ยวซ้ายเข้ามาทางด้านวัดดีดวด วัดดงมูลเหล็ก มาสามแยกไฟฉาย บางกอกน้อย สมัยก่อนนั้น พอพ้นบางแค บางไผ่ออกไป ก็มีแต่ท้องไร่ท้องนา ต้นตาลยืนโด่เด่วังเวงไปหมด วัดท่าตำหนักก็ลอยคว้างอยู่กลางนา มองไปไกล ๆ ดูเด่นดีเหมือนกัน สมัยนี้แทบจะมองไม่เห็นแล้วว่าวัดวาอารามอยู่ที่ไหน ?

เมื่อกระผม/อาตมภาพไปเรียนวิชาทหารกลับมา ปกติก็อาศัยปืนลูกซองของคุณน้า ไปล่าบรรดานกมีหู หนูมีปีก กระรอก กระแตบ้าง หรือไม่ก็คันมือขึ้นมาก็ยิงลูกฟักข้าวเล่นบ้าง ปรากฏว่าเปิดหน้าต่างออกไปเจอแต่ตึกเต็มไปหมด..! ก็ยังตกใจว่าทำไมเรือกสวนของเราถึงหายไปไหนเร็วขนาดนี้..!

แต่เรื่องพวกนี้ก็ถือว่าเป็นธรรมดาโลก ไม่ว่าภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเป็นปกติ แต่ว่ามนุษย์เราก็ประดุจเชื้อไวรัสที่มาทำร้ายร่างกาย ก็คือโลก ในเมื่อเชื้อไวรัสทำให้ร่างกายนี้แปรปรวนมาก ๆ ร่างกายก็ต้องส่งภูมิต้านทานออกมาต่อสู้ จึงทำให้กลายเป็นสนามรบขนาดใหญ่ ภูมิอากาศที่แปรปรวนไปก็เกิดจากเชื้อโรคอย่างพวกเรานี่เอง ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างแปรปรวนไปหมด แล้วท้ายที่สุด ผู้ที่รับผลกระทบก็กลายเป็นคนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ นี่เอง..!

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพายุหิมะ แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด พายุทอร์นาโดต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น กลายเป็นสิ่งที่เราทำ กลับมาทำให้พวกเราทั้งหลายลำบากเดือดร้อนเอง..!
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 24 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา