กระผม/อาตมภาพเจอมาด้วยตนเอง ก็คือเช้ามืดวันหนึ่ง เมื่อปฏิบัติธรรมไป สภาพจิตทุกอย่างสว่างไสว กิเลสทุกประเภทนิ่งสงบหมด ไม่เกิดการปรุงแต่งใด ๆ เลย คิดว่าตนเองบรรลุมรรคผลแล้ว จึงไปพิจารณาไล่เทียบกับสังโยชน์ ๑๐ ว่าเป็นจริงตามนั้นหรือเปล่า ?
ยังโชคดีที่ว่าสมาธิที่เข้าถึงละเอียดมาก จึงทำให้เห็นกิเลสละเอียดที่นอนนิ่งอยู่เฉย ๆ เพราะว่าสภาพจิตทรงสมาธิระดับสูง จนกระทั่งเหมือนกับน้ำที่ใส โดยที่ไม่มีความขุ่นมัวเลย แต่ความจริงแล้ว ตะกอนต่าง ๆ นอนก้นอยู่เท่านั้น ถ้าหากว่ากระทบเข้าเมื่อไร ก็พร้อมที่จะฟุ้งกระจายอีกเมื่อนั้น..! สรุปว่าจากที่พิจารณาว่าตนเองจะบรรลุมรรคบรรลุผลหรือเปล่า ? สรุปได้ว่า สังโยชน์ทั้ง ๑๐ ตัว ติดทั้ง ๑๐ ตัวเลย..!
จึงเป็นเรื่องที่เราท่านทั้งหลาย ต้องใช้ความเพียรพยายามในการปฏิบัติให้ได้และเข้าให้ถึง ก็คือชำระศีลของเราทุกสิกขาบทให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่เสมอ ตั้งกำลังใจของเราเอาไว้ว่าเราต้องตายแน่นอน ถ้าหากว่าตายเมื่อไร เราขอไปพระนิพพานอย่างเดียว แล้วทบทวนเอาไว้ทุกบ่อย
โดยเฉพาะเมื่อเจออารมณ์กระทบแล้ว ยังหวั่นไหวหรือไม่ ?สภาพจิตในแต่ละวันยังมีนิวรณ์เข้ามาก่อกวนได้หรือไม่ ? หรือจะพิจารณาเลยไปว่าสังโยชน์ทั้ง ๑๐ ยังร้อยรัดเราอยู่หรือไม่ ? ก็ได้ ขอให้พิจารณาแบบไม่เข้าข้างตัวเองเท่านั้น ถ้าใครสามารถทำได้ ก็ถือว่าท่านทั้งหลายจะเป็นผู้มีความทุกข์น้อย ตายเมื่อไรโอกาสที่จะหมดทุกข์ล่วงเข้าสู่พระนิพพานก็จะมีมาก
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:03
|