ดูแบบคำตอบเดียว
  #3  
เก่า 24-01-2026, 00:35
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,803
ได้ให้อนุโมทนา: 160,888
ได้รับอนุโมทนา 4,529,193 ครั้ง ใน 37,419 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

การเข้าออกนิโรธกรรมนั้น ผู้เข้าออกก็มักจะต้องหาพระเถระที่ตนเองมั่นใจว่าจะคุ้มครองรักษาตนได้ ในระหว่างที่เข้าสมาธิอยู่ และตอนที่ร่างกายอ่อนแอที่สุด ก็คือหลังจากออกจากสมาธิ ๗ วันหรือว่า ๙ วัน ในเมื่อท่านมั่นใจว่ากระผม/อาตมภาพสามารถที่จะช่วยดูแลตรงนี้ได้ จึงได้นิมนต์ให้มาเป็นประธานทุกครั้ง

มีอยู่ครั้งเดียวที่ต้องทิ้งงานของท่าน เพราะว่าตรงกับเวลาอบรมพระอุปัชฌาย์ ซึ่งตนเองเป็นกรรมการสอบภาคปฏิบัติพอดี จึงเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ นอกนั้นแล้วกระผม/อาตมภาพก็มาได้ทุกครั้ง แม้กระทั่งในครั้งนี้ ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางถึง ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ

โดยปกติแล้ว ถ้าหากว่าขึ้นเหนือ กระผม/อาตมภาพก็จะวิ่งเส้นนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - ลำปาง - ลำพูน - เชียงใหม่ แต่ด้วยเหตุที่ว่างานนี้ไม่ได้แวะเชียงใหม่ เมื่อถึงลำปางแล้ว จึงฉีกขวาออกไปเข้าพะเยาแล้วขึ้นเชียงรายเลย กระนั้นก็ยังใช้เวลาวิ่งจากวัดอุทยาน ตำบลบางขุนกอง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี ไปถึงที่พักก็คือ "เฮือนฮิมน้ำรีสอร์ท" ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ใช้เวลาเกือบ ๑๒ ชั่วโมงเต็ม ๆ

โดยที่ในระหว่างทางนั้นก็ได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน อย่างแรกก็คือค่าแก๊สเติมรถ ซึ่งถ้าหากว่าเป็นทองผาภูมิ ขึ้นถึง ๑๖ บาทกระผม/อาตมภาพก็โวยวายแล้ว แต่ว่าในสภาวะเศรษฐกิจและสภาวะสงครามทั่วโลกแบบนี้ แก๊สทางด้านนี้ขึ้นไปถึงลิตรละ ๑๘ บาทเศษ..! และได้ยินว่ามีบางแห่งขึ้นถึง ๒๑ บาทเลยทีเดียว นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงว่า ในเมื่อค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ว่าสินค้าพืชผลการเกษตรของพวกเรา ถ้ายังขายได้ในราคาเดิม ก็แปลว่าชาวบ้านต้องประสบกับการแบกต้นทุนกองใหญ่ทีเดียว..!

อีกส่วนหนึ่งก็คือได้วิ่งเลียบมากับเส้นทาง ซึ่งได้ยินว่าเป็นทางรถไฟที่จะวิ่งไปถึงเชียงของ เพื่อที่จะเชื่อมกับประเทศลาวเข้าไปสู่ประเทศจีน ซึ่งเป็นอีกเส้นทางหนึ่งของโครงการ "๑ แถบ ๑ เส้นทาง" หรือภาษาอังกฤษว่า "One Belt One Road" ที่ประเทศจีนพยายามที่จะแผ่อิทธิพลลงมาในเขตบ้านเราเมืองเรา เพื่อที่จะได้จำหน่ายสินค้าให้กับพวกเรา หรือว่าจะได้ขนส่งผู้คน ตลอดจนกระทั่งบรรดางานฝีมือต่าง ๆ ที่คนจีนได้ผลิตในลักษณะ "ก็อปเกรด A" เข้ามาจำหน่ายให้กับบ้านเรานั่นเอง

สมัยก่อนมีคำพูดที่ว่า "ถ้าใครสามารถเอารถไฟขึ้นสู่เชียงรายได้ จะเลือกบุคคลนั้นเป็นผู้แทนราษฎรไปทุกสมัย" แต่ว่าในยุคที่บรรดาเทคโนโลยี เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ยังไม่พร้อม สามารถที่จะกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แต่ว่าในยุคนี้สมัยนี้ ไม่ว่าการสร้างสะพานข้ามเหว การเจาะอุโมงค์ผ่านภูเขา ตลอดจนกระทั่งการปรับเส้นทางบนที่ราบสูงนั้น ไม่ใช่ภาระหนักหนาสาหัสอีกแล้ว

ตัวอย่างก็คือประเทศจีน ซึ่งเจาะภูเขาทุกลูกที่ขวางหน้า ทำอุโมงค์ให้รถไฟสามารถขนส่งผู้คนและสินค้า โยงใยไปทั่วประเทศได้ จนกระทั่งมีเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงมากที่สุดในโลก ถึง ๖๐,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรแล้ว คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรในเวลาอีกไม่นาน ดังนั้น..คำพูดที่ว่า "ถ้าใครสามารถนำรถไฟถึงเชียงรายได้ คนเชียงรายจะเลือกผู้นั้นเป็นผู้แทนของตนไปทุกยุคทุกสมัย" มาถึงสมัยนี้ก็ไม่น่าจะใช้ได้แล้ว
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : 24-01-2026 เมื่อ 10:46
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 31 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา