วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศที่วัดท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อยู่ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส มีท่าว่าจะลดลงไปอีก เนื่องเพราะว่าลมหนาวมาแรงมาก คนโบราณดูทิศทางลม ทิศทางน้ำแล้ว สามารถที่จะบอกสภาพอากาศได้ เนื่องเพราะว่าอากาศหนาวของบ้านเรา ส่วนใหญ่เป็นความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งแผ่เข้ามาทางตอนเหนือของไทย แล้วก็ค่อย ๆ ลงมาจนถึงภาคกลาง ตลอดจนภาคใต้ตอนบน จึงทำให้ลมที่พัดมาทางทิศเหนือนั้นก็คือลมหนาวนั่นเอง
โบราณจึงมีการสร้างบ้านที่หันหลังให้กับลมหนาว หันหน้ารับลมฤดูร้อนแทน หรือว่าหันหน้าต่างหลบลมหนาว ไปรับลมฤดูร้อนแทนบ้าง เพื่อที่จะช่วยให้บ้านอบอุ่นในหน้าหนาว ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เย็นสบายในหน้าร้อน โดยเฉพาะส่วนที่ถือสาก็คือการ "สร้างบ้านขวางตะวัน" ก็คือหันหน้าบ้านหรือว่าหลังบ้านอยู่ในเส้นทางขวางการเดินโคจรของดวงอาทิตย์ ซึ่งจะทำให้แสงแดดเช้าหรือแสงแดดบ่าย ส่องเข้าบ้านเต็ม ๆ ทำให้ร้อนเสียเปล่า ๆ
ส่วนใหญ่แล้วบ้านของคนไทยสมัยก่อน จึงมักจะหันหน้าไปทางทิศใต้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลมหนาวเข้าบ้านเต็ม ๆ แล้วขณะเดียวกัน หน้าร้อนก็จะมีลมตะเภา ซึ่งสมัยนี้น่าจะเรียกว่าลมมรสุม พัดเข้ามา ทำให้บ้านเย็นสบาย เรื่องพวกนี้เป็นภูมิปัญญาโบราณที่ตกผลึกแล้ว ท่านทั้งหลายถ้าไม่ได้ศึกษาเอาไว้ ก็จะสูญหายไปเสียเปล่า ๆ
ช่วงเช้ากระผม/อาตมภาพเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าตามปกติ ด้วยความที่ว่าช่วงเวลาทำวัตรเช้าหรือเจริญพระกรรมฐานนั้น จะยึดพุทธานุสติเป็นหลัก และวันนี้เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่ง พระวรกายเป็นแก้วใหญ่โตมโหฬารมาก สว่างไสวระยิบระยับไปหมด ไม่เคยเห็นพระองค์ท่านเต็ม ๆ ตาแบบนี้มาก่อน จึงกราบทูลถามว่า "เป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดพระพุทธเจ้าข้า"
พระองค์ท่านตอบว่า "วิปัสสีสัมมาสัมพุทธะ" จึงเป็นที่ทราบกันว่าคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านามว่าพระวิปัสสีนั่นเอง กระผม/อาตมภาพจึงฉวยโอกาสกราบแทบพระบาท ขอให้พระองค์ท่านเสด็จมาสงเคราะห์คณะของกระผม/อาตมภาพตลอดไป ซึ่งพระองค์ท่านไม่ได้ตอบอะไร แต่ยกพระหัตถ์ขวาในลักษณะประทานพร นับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับบุคคลที่สังเกตจะเห็นว่า ยิ่งกระผม/อาตมภาพอายุมาก บรรดาท่านทั้งหลายที่เรามองไม่เห็นตัวสำหรับคนทั่ว ๆ ไป ก็มักจะอนุเคราะห์สงเคราะห์ให้มากขึ้น เพื่อช่วยกันรักษาธาตุขันธ์ร่างกายนี้เอาไว้จนกว่าจะจบภารกิจที่ได้รับมา จึงทำให้การถ่ายรูประยะหลัง ๆ นี้มักจะติดภาพแปลก ๆ มาด้วยเสมอ ซึ่งเรื่องพวกนี้ ปัจจุบันกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวไปเสียแล้ว เพียงแต่ว่าท่านทั้งหลายต้องสังเกตเอง เพราะว่าไม่ได้นำลงอย่างเป็นสาธารณะ เนื่องจากไม่อยากให้ผู้คนลุ่มหลงติดอยู่ในเรื่องกายของบุคคล แต่ควรที่จะยึดติดในคุณพระรัตนตรัยมากกว่า
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 23-01-2026 เมื่อ 13:29
|