ถ้าทุกท่านสังเกตจะเห็นว่าตัวกระผม/อาตมภาพไม่ได้ดิ้นรนอะไรเลย แม้กระทั่งตำแหน่งวิชาการครั้งนี้ ก็เป็นพระครูวิโรจน์กาญจนเขต, ผศ.ดร. อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เจ้าอาวาสวัดอุทยาน จังหวัดนนทบุรี ท่านคอยกระตุ้นคอยเร่งรัด เพราะว่าท่านมีตำแหน่งวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) แล้ว เกรงว่าจะเป็นการเกินหน้าเกินตาครูบาอาจารย์ ก็เลยคอยตามจิกตามทวง
"หลวงพ่อครับ ขอบทความทางวิชาการด้วยครับ" "หลวงพ่อครับ ของานวิจัยด้วยครับ" ขอโน่น ขอนี่ ขอนั่น เพื่อที่จะผลักดันให้กระผม/อาตมภาพเป็นให้ได้ แล้วท้ายที่สุดก็เป็นสมใจของท่าน เพราะว่าท่านก็สอบผ่านเหมือนกัน
เรื่องพวกนี้อยู่กับตัวบุคคลและบุญบารมีที่สร้างสมมา ภาษาโบราณท่านใช้คำว่า "แข่งเรือแข่งพาย พอที่จะแข่งกันได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนานั้น แข่งกันไม่ได้" ทุกท่านสังเกตก็จะเห็นว่าตัวพระครูวิลาศกาญจนธรรม แกเป็นแค่พระครู แต่สามารถลุกนั่งเสมอเจ้าคุณทั้งหลาย ตั้งแต่ระดับต่ำสุดจนสูงสุด ก็เพราะว่าท่านเจ้าคุณทั้งหลายเหล่านั้นท่านให้การยอมรับ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นอะไรมากไปกว่านี้..!
แม้กระทั่งตั้งแต่แรก กระผม/อาตมภาพก็ไม่ได้ขอตำแหน่งพระครูสัญญาบัตร จนกระทั่งหลวงพ่อพระครูวรกาญโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิรูปปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นท่านเป็นรองเจ้าคณะอำเภออยู่ เกรงใจว่าพรรษามากขึ้นทุกที แต่ไม่ยอมขออะไร เวลาท่านส่งรายชื่อคนอื่นไปแล้ว พระผู้ใหญ่ท่านถามมาว่า "แล้ววัดท่าขนุนอยู่ที่ไหน ?" จนท้ายที่สุด ท่านก็เลยต้องเป็นผู้ทำประวัติขอให้เอง
ส่วนวันนี้ที่กระผม/อาตมภาพดุท่านเจ (พระนพรัตน์ ปฏิกาโร)ไป ก็เพราะว่าไปสั่งคนงานไปถล่มป่าเสียราบไปแถบหนึ่ง..! ความต้องการจริง ๆ แค่จะตัดยอดไผ่ที่ใกล้สายไฟเท่านั้น แต่ทำงานแบบคนไร้ปัญญา โดยเฉพาะมองไม่เห็นสิ่งที่กระผม/อาตมภาพเห็น ถ้าท่านทั้งหลายเห็นก็โปรดสังเกตว่า บรรดาอาคารต่าง ๆ ที่สร้างใหม่ ตลอดจนกระทั่งฌาปนสถานวัดท่าขนุน บรรดารุกขเทวดาเขาเอาวิมานไปแปะไว้จนท่วมไปหมดแล้ว..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 21-01-2026 เมื่อ 01:51
|