เมื่อไปถึง จอดรถที่บริเวณทางขึ้นวัด ที่เรียกว่าทางขึ้นวัดก็เพราะว่า แต่เดิมที่นี่เป็นสำนักของนักพรต แต่ว่าแม่ทัพอู๋ซานกุ้ยเห็นว่าชัยภูมิดีมาก ก็เลยมายึดเป็นที่ตั้งกองทัพและจวนบัญญชาการของตนเอง..!
พวกเราต้องซื้อตั๋ว นั่งรถแบตเตอรี่ขึ้นไปทางด้านบน เข้าห้องน้ำแล้วมาถ่ายรูปหมู่กันบริเวณซุ้มประตูด้านหน้า จากนั้นก็นัดแนะเวลาว่าจะมาพบกันตรงนี้อีกครั้งเมื่อไร ? แล้วพวกเราก็เดินดุ่มเข้าไปด้านใน เพื่อที่จะดูสิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ ก็คือ "ตำหนักจินเตี้ยน" หรือตำหนักทองของแม่ทัพอู๋ซานกุ้ย ซึ่งหล่อขึ้นมาจากทองเหลืองและโลหะอื่นประมาณ "สัมฤทธิ์" ของบ้านเรา แทนที่จะเอาโลหะไปหลอมเป็นอาวุธ ตลอดจนกระทั่งชุดเกราะต่าง ๆ แจกจ่ายให้กับทหาร แม่ทัพอู๋ซานกุ้ยกลับสร้างบารมีของตนเอง ด้วยการสร้างตำหนักจินเตี้ยนหลังนี้ และเป็นหลังที่สวยสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีนอีกด้วย..!
เมื่อถ่ายรูปกันท่ามกลางนักท่องเที่ยวมากมายมหาศาลแล้ว พวกเราก็อ้อมไปด้านหลัง ซึ่งมี "ตำหนักเหลาจื๊อขี่กระบือ" อยู่ที่นั่น ทำการน้อมจิตสักการะแล้ว กำลังจะเดินออกมา "ท่านปิง"บอกว่า "หลวงพ่อครับ ข้างหลังยังมีสวนของจวนแม่ทัพอยู่ สามารถที่จะเข้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ได้ครับ" จึงชวนกันเดินไปทางด้านนั้น สวนของเขาใหญ่โตมโหฬารเลยทีเดียว และมีรูปหล่อฝีมือดีของโลหะสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ทั้งตราประทับของแม่ทัพ ตลอดจนกระทั่งรูปสัตว์ต่าง ๆ อย่างเช่นวัว ม้า หรือว่าเสือ แต่ละอย่างแต่ละชิ้น ฝีมือประณีตสวยงามทีเดียว
พวกเราเดินไปจนถึงหอ ๕ ชั้น ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าที่ระลึก วนกันขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด เพื่อที่จะชมวิวของสถานที่ มี "อาแปะ" ท่านหนึ่ง ซึ่งดูแลอยู่หน้าบริเวณระฆัง มาชักชวนให้พวกเราตีระฆัง โดยที่บอกว่าตีครั้งหนึ่งจะดีอย่างไร ? ๒ ครั้งจะดีอย่างไร ? ตี ๓ ครั้งจะดีอย่างไร ? ตลอดจนกระทั่งตี ๑๐ ครั้งจะดีอย่างไร ? โดยที่ต้องบริจาคครั้งละ ๓ หยวน..!
"ท่านปิง" บอกว่า "นิมนต์หลวงพ่อตี ๑๐ ครั้งเลยครับ" กระผม/อาตมภาพจึงนำเอาไม้ระฆัง ซึ่งเป็นรูปตัวปลาหลีฮื้อท่อนมหึมาแขวนลอยอยู่ กระทุ้งระฆังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทางด้าน "อาแปะ" ก็ตะโกนขานโชคลาภดีงามต่าง ๆ ตามจำนวนที่ตีให้ เสียงดังก้องกังวาน น่าเลื่อมใสเลยทีเดียว..! ครบ ๑๐ ทีแล้ว ท่านปิงก็จ่ายเงินให้กับเขาไป ๓๐ หยวน
แล้วพวกเราเดินลงมาทางด้านล่าง ลัดเลาะดูรูปหล่อสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ออกมาจนถึงบริเวณสระน้ำ ซึ่งมีรูปสุภาพสตรีท่านหนึ่งยืนอยู่ในลักษณะชมสวน เป็นผู้หญิงงามเฉิดฉายเลยทีเดียว สาวงามท่านนี้ "ไกด์ไก่" บอกว่าเป็น "เฉินหยวนหยวน" ภรรยาน้อยที่แม่ทัพอู๋ซานกุ้ยรักที่สุดนั่นเอง ในเมื่อฮ่องเต้ยึดภรรยาน้อยไป จึงเปิดด่านปล่อยให้มองโกลบุกเข้ามายึดประเทศจีนเสียให้เข็ด..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:07
|