ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า วันนี้, 00:45
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,662 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ครั้นกราบและทำบุญถ่ายรูปจนเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพเดินออกมาทางด้านหน้าวิหาร ๕ ชั้น เห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ด้านบน ทั้ง ๆ ที่เคยมาแล้ว แต่ไม่รู้ว่าสามารถขึ้นไปได้หรือไม่ ? "ท่านปิง" จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในให้ ปรากฏว่าสามารถที่จะขึ้นไปชมและกราบสักการะได้ทุกชั้น..!

พวกเราจึงขึ้นลิฟท์ไปจนถึงชั้นที่ ๕ ถวายสักการะพระพุทธรูป พระไวโรจนพุทธเจ้า ตลอดจนกระทั่งชมการสวดมนต์ทำวัตรของบรรดาครูบาอาจารย์และนักเรียน ซึ่งมาศึกษาวิชาเภสัชกรรมอยู่ที่วิทยาลัยแห่งนี้ เดินไปแต่ละชั้นก็หยอดตู้ทำบุญไปชั้นละ ๑๐๐ หยวน..!

จนลงมาถึงข้างล่างก็ได้อาศัยห้องน้ำของที่นี่ซึ่งสะอาดเอี่ยมมาก เข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้วเดินออกมา ปรากฏว่าคนไทยคณะนั้นตามมาถึง มีผู้ที่ค่อนข้างอาวุโส ดูแล้วน่าจะอายุประมาณรุ่นอาตมภาพนี่เอง พอเห็นปุ๊บก็ร้องว่า "โอ้โห..รองเท้าท่านแพงมากเลยนี่..!" กระผม/อาตมภาพตอบว่า "มีโยมซื้อถวาย อาตมาไม่รู้ราคาหรอก โยมรู้ราคาก็ช่วยบอกให้ด้วย..!"

เขากลับไปพูดว่า "เป็นพระไม่ควรที่จะมาเที่ยวแบบนี้..!" กระผม/อาตมภาพเห็นว่าชักจะ "Go so big" ไปแล้ว จึงได้บอกว่า "อาตมภาพสร้างวัดไป ๗ - ๘ วัดและทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อคณะสงฆ์และญาติโยมไปมากมายมหาศาล ประกอบกับอายุกาลผ่านวัยมาถึงระดับนี้แล้ว จึงมีญาติโยมช่วยซื้อทัวร์เพื่อที่จะให้ไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง" ทำเอาอีกฝ่ายบอกว่า "สร้างวัดไปขนาดนั้น แปลว่าต้องมีคนศรัทธาท่านมากเลยสิ..!"

กระผม/อาตมภาพตอบว่า "บุคคลที่มีความคิดไม่เหมือนคุณย่อมมีอยู่ และค่อนข้างจะมากเสียด้วย..!" อีกฝ่ายหนึ่งเลยเดินหนีไปดื้อ ๆ..! ทำเอา "ท่านปิง" บ่นว่า "คนไทยมักจะมองภาพพจน์ของพระที่ไปต่างประเทศไม่ดีแบบนี้เอง" กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "ต้องขึ้นอยู่กับภาษิตจีนที่ว่า สวรรค์มีทางไม่รู้จักไป นรกไร้ประตูกลับตะกายมา..! ถ้ามีโอกาสก็ช่วยอธิบายขยายความ แก้ความเข้าใจผิดให้เขาหน่อย แต่ถ้าไม่มีโอกาสก็ต้องเปลี่ยนจากเมตตากรุณาเป็นอุเบกขา ทางใครทางมัน..!"

เมื่อพวกเรามารวมตัวกันจนครบครันแล้ว โชเฟอร์ผู้เงียบขรึมไม่ยอมพูดไม่ยอมจา ก็พาพวกเราวิ่งต่อไปยัง จวนแม่ทัพอู๋ซานกุ้ย ซึ่งเป็นแม่ทัพที่มี "ชื่อเสีย" เป็นอย่างยิ่ง ก็คือช่วยเปิดด่านให้ชาวมองโกลบุกเข้ามายึดประเทศจีน จนสามารถตั้งราชวงศ์ชิงได้..! ซึ่งถ้าหากว่าอ่านในนิยายต่าง ๆ แม่ทัพอู๋ซานกุ้ยจะเป็นผู้ร้ายเต็มตัว แต่ความจริงแล้วท่านเป็น "หวาง" หรือที่เราเรียกว่า "ท่านอ๋อง" ดูแลทางด้านทิศตะวันตกแห่งนี้ เป็นบุคคลที่รบเก่งจนกระทั่งมองโกลไม่สามารถที่จะบุกเข้าประเทศจีนได้

แต่ด้วยความที่ท่านเก่งกล้าสามารถ มีกำลังทหารอยู่ในมือและประชาชนรักใคร่บูชา จึงทำให้ฮ่องเต้เกิดความหวาดระแวง จนกระทั่งไปจับเอาครอบครัวและลูกเมียไว้เป็นตัวประกัน ทำเอาท่านแม่ทัพอู๋ซานกุ้ยตบะแตก จึงเปิดด่านปล่อยให้มองโกลบุกเข้าไปยึดประเทศจีนเสียเลย ส่วนตนเองก็ได้รับการอวยยศจากราชวงศ์ชิงเป็น "หวางพิชิตตะวันตก" ให้ดูแลพื้นที่ทางด้านนี้ตลอดมา
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 4 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
กฤษฎากร (วันนี้), นาย ธีรัตน์ บุญศรี (วันนี้), พุทธภูมิ (วันนี้), สุธรรม (วันนี้)